#26 ความผิดปรกติทางเพศ มันยังไงกันนะ?
posted on 17 Apr 2008 21:32 by justjear in Shoutอยากจะบอกว่า
พูดถึงภาพยนตร์สมัยนี้หรือแม้แต่ละครน้ำคลองแสนแสบทั่วไปก็ยังมีฉากรักให้ได้เห็นกัน ฉากรักในที่นี้มีทั้งแค่กอดกันกุ๊กกิ๊กน่าหมั่นไส้ กอดรัดฟัดเหวี่ยง หอม จูบ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นหล่อเลี้ยงลำไส้ใหญ่กันด้วยเสน่ห์ปลายจวัก เนื่องด้วย สำนักงานเซ็นเซ่อเฮงๆสวยๆ ของบ้านเราที่คอยตรวจตราความเหมาะสมของภาพยนตร์กันตลอด นับแต่เรื่องบท ตั้งแต่การแปลบทภาษาต่างประเทศเป็นคำไทยให้ถูกให้ควร หรือการตรวจทานการใช้ภาษาที่เหมาะสม ซึ่งดูเหมือนตลาดช่วงหลังจะหยาบจนขรุขระยางมะตอยสึกกันทีเดียว ทว่าฉากเหล่านี้ก็ยังมิได้ถูกตัดออกไปจนหมดเสียทีเดียว เพราะต้องยอมรับว่าคนดูส่วนใหญ่ต้องการจะอินกับผลงานเรื่องหนึ่งๆ แบบที่ไม่ถูกปิดหูปิดตา
แต่ก็ต้องยอมรับอีกว่าสมัยนี้เพศทางเลือกเป็นที่ยอมรับและเปิดเผยกันมากขึ้น จนทำให้เกิดเป็นภาพยนตร์รักของเพศเดียวกันหนุนเนื่องขึ้นมาอย่างช้าๆ คุณคงเคยเห็นใช่ไหม ผู้ชายสองคนจูบกัน ผู้หญิงสองคนจูบกัน.....มันผิดปกติหรือไม่อย่างไร? ไม่รู้...แต่บังเอิ๊ญ บังเอิญไปเปิดหนังสือเรียนเข้าโดยไม่รู้ตัว โอ้พระเจ้าช่วยกล้วยจอร์จทอดแล้ว อีเจี๋ยเปิดหนังสือเรียน!! แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น วันนี้เราจะมาดูกันสิว่า พวกผิดปกติทางเพศนั้น มันคืออะไรกัน มีอะไรบ้าง แล้วเกย์กับเลสเบี้ยน ทอมและกะเทย ไบเซ็กชวลและอื่นๆๆนั้นผิดปกติแค่ไหน ว่าแล้วก็เริ่มกันเลย
ความหมายของพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ?
พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ หมายถึง ความแตกต่างทางด้านบุคลิคภาพจากบุคลิคภาพของคนสวนใหญ่ในสังคมที่มีผลทำให้บุคคลนั้นมีความรู้สึกทางเพศ ทัศนคติ และค่านิยม เบี่ยงเบนไปจากพฤติกรรมทางเพศของคนสามัญทั่วไปในสังคม แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนโรคจิตหรือวิกลจริต
เอลลี่ (Ellies) นักจิตวิทยาท่านหนึ่งได้กล่าวถึงตัวชี้วัดเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ผิดปกติคือ
1. ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นอันตรายต่ออีกฝ่ายหนึ่ง
2. ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งยินยอมให้กระทำโดยปราศจากการถูกบังคับ และสามารถรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวได้
3. ถ้าเป็นการกระทำในที่รโหฐาน (หมายถึงที่ส่วนตัว) รอดพ้นจากสายตาของผู้ที่ไม่ยอมรับและไม่เห็นด้วยกับการกระทำ
กลุ่มของการเบี่ยงเบนพฤติกรรมทางเพศ
ความเบี่ยงเบนทางเพศแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
1. กลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศไม่สอดคล้องกับเพศแห่งตน
2. กลุ่มที่ผิดปกติในวิธีการปฏิบัติทางเพศ
3. กลุ่มที่ผิดปกติในการประมาณและความรุนแรงของความต้องการทางเพศ
4. กลุ่มที่ผิดปกติในการเลือกคู่ร่วมเพศ
กลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศไม่สอดคล้องกับเพศแห่งตน
1. รักร่วมเพศ (Homosexuality)
เป็นพฤติกรรมของผู้ชอบมีสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน หรือมีความสนใจที่จะมีความสุขกับคนเพศเดียวกัน ภาษาชาวบ้านง่ายๆ คือแกชอบผู้หญิงหรือผู้ชายนั้นล่ะ แจกแจงได้ออกเป็นลักษณะได้อย่างนี้ หลายคนเข้าใจผิดบ่อย ดังนั้นเดี๋ยวเจี๋ยจะบอกข้อมูลที่ถูกให้ทราบกัน
จินตนาการไว้ว่าห้านิ้วคือเพศ นิ้วโป้งคือเพศแท้ของตัวคุณ ชายแท้หญิงแท้ก็ว่าไป (กะเทยแท้น่ะไม่มีนะ)
นิ้วชี้คือเกย์ หรือ เลสเบี้ยน นิ้วกลางคือไบเซ็กช่วล นิ้วนางคือทอมหรือกะเทย นิ้วก้อยคือผู้ที่ต้องการจะเปลี่ยนเป็นเพศตรงข้ามกับเพศแท้ของตน (ยกตัวอย่างเช่นสาวประเภทสอง)
หลายคนชอบเหมารวมว่าเกย์กับกะเทยคืออันเดียวกัน เหมือนคิดว่าทอมกับเลสเบี้ยนเหมือนกัน จริงๆแล้วมันไม่เหมือนกันเลย
ฟังคร่าวๆกันแค่นี้ เพราะเราไม่ได้โฟกัสไปที่จุดนั้น (หรืออยากรู้อีก) ไปข้อต่อไปกันเลย
2. ลักเพศ (Transvestism)
(ใครเคยดูเรื่องนี้จะรู้ว่าตลกมาก)
เป็นพฤติกรรมทางเพศของผู้ที่มีความสุขจากการได้สวมใส่เสื้อผ้าของเพศตรงข้ามกับเพศจริงของตน บางรายอาจเป็นรักร่วมเพศด้วย แต่บางรายก็เป็นเพศปกติ ในกรณีผู้ชายเรียกว่า CD หรือ Crossdressing ถ้าจำไม่ผิดรู้มาจากรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง เป็นชายที่ชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิง น้อยหน่อยก็แค่เสื้อผ้า แต่ถ้ามากหน่อยอาจไปถึงขั้นใส่ชุดชั้นในผู้หญิง ใส่วิก ส่วนของผู้หญิงไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่จากคนรอบตัวที่เคยใส่แล้วต้องบอกว่ามันสบายจริงๆ เสื้อผ้าผู้ชายตัวใหญ่กว่าของผู้หญิง โล่งกายสบายใจกินเยอะได้ไม่ต้องอายพุง ส่วนเสื้อผ้าผู้หญิงส่วนใหญ่ก็เนื้อดี และมีให้เลือกเยอะกว่าทรายในมหาสมุทรแปซิฟิกซะอีก
แต่บางรายก็ใส่เพื่อความสนุกส่วนตัวหรือความจำเป็นบางประการ จากวันสงกรานต์ที่เพิ่งผ่านไปนี่หลากหลายมากค่ะ ซึ่งนั่นไม่ถือว่าเป็นลักเพศแต่อย่างใด และบางรายที่เป็นก็มีพฤติกรรมทางเพศสัมพันธ์ปกติ คือ สามารถแต่งงานและมีครอบครัวได้ ถ้าคู่สมรสเข้าใจก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
บางคนอาจคิดว่า ลักเพศ คือ รักร่วมเพศ จริงๆแล้วบางคนก็เป็นทั้งสองอย่างค่ะ เลยสับสน แต่โดยเนื้อแท้แล้วสองอย่างนี้ไม่เหมือนกันนะ
คำเตือน : ลักเพศนี้ไม่ได้ทำให้ใครเสียหายก็จริง ทว่าเพศปกติก็สามารถเป็นได้ โปรดระวังแฟนของคุณไว้ให้ดี
3. ต้องการเปลี่ยนแปลงทางเพศ
เป็นพวกที่มีความต้องการจะเป็นเพศตรงข้ามกับเพศธรรมชาติของตน หรือสาวประเภทสองและหนุ่มประเภทสองทั้งหลายนี่เอง ซึ่งสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด อาจเป็นผลทางจิตใจในเรื่องการอบรมเลี้ยงดูและประสบการณ์ผิดเพศไป หรือความผิดปกติของโครโมโซม หรือการได้รับฮอร์โมนเพศในขณะที่แม่ตั้งครรภ์
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนที่จะตัดหรือต่อก็คิดให้ดีๆก่อนนะคะ เพราะของที่เสียไปมันเอากลับมาไม่ได้แล้ว ถ้าสวยแบบปอยก็ว่าไปอย่าง......
การแปลงเพศเป็นผู้ชายสมัยนี้ทำได้แล้วนะคะ แต่แน่นอนว่าแท่งที่ได้มานั้นเป็นของเทียม เราจะไม่โฟกัสลงไปจุดนี้อีกเช่นกัน เอาไว้ถ้ามีโอกาสพูดเรื่องพวกนี้อีกจะนำมาลงให้ทราบกันละเอียดๆ
กลุ่มผิดปกติในวิธีปฏิบัติทางเพศ (เข้าขั้นโรคจิตแล้วมั้ง)
1. ชอบทำให้ผู้อื่นเจ็บปวดทรมาน หรือที่เรียกกันว่า ซาดิสม์ (Sadism)
เป็นพวกที่มีความสุขทางเพศหรือตื่นเต้นพอใจจากการทำให้คู่ร่วมเพศเจ็บปวดรวดร้าว ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เริ่มตั้งแต่เล็กน้อยอย่างด่าทอ เสียดสี หยิกข่วน ทุบตี จนกระทั่งทรมานอย่างสาหัส เช่นเฆี่ยน ตี ข่วน กัดหรือเอาเข็มเย็บปากแบบบุปผาราตรี บีบคอ ทำให้ขาดอากาศหายใจ หรือที่ร้ายแรงที่สุดคือ การพันธนาการและการฆ่า หั่นชิ้นส่วนของร่างกายเหยื่อ อย่างกรณีที่เคยออกข่าวในบ้านเราไปแล้ว.....
สาเหตุของการชอบความรุนแรงเช่นนี้อาจเกิดจากการถูกสอนให้รังเกียจเรื่องเพศหรือเกิดจากความก้าวร้าวทางจิตใต้สำนึก ความรู้สึกเป็นปมด้อย ต่ำต้อย จึงพยายามแสดงให้เห็นว่าตนเข้มแข็ง โดยการทำให้ฝ่ายตรงข้ามเจ็บปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์
ซึ่งผู้ชายนั้นจะพบได้มากกว่าผู้หญิง! ดังนั้นกุลสตรีทั้งหลาย บางครั้งอยู่บนคานก็อาจปลอดภัยต่อตัวคุณมากกว่า
2. ชอบรับความเจ็บปวดทรมาน หรือมาโซ (Masochism)
คู่รักกิ่งทองใบหยกของพวกซาดิสม์ เป็นพวกที่มีความสุขตื่นเต้นพอใจที่ได้รับความเจ็บปวด ทรมานหรือความอัปยศอดสู ดูถูกเหยียดหยามจากคู่ร่วมเพศ ไม่ว่าจะเป็นถูกล่ามด้วยโซ่แส้กุญแจมือ แส้เฆี่ยนเทียนหยด แล่เนื้อเอาเกลือทา กรีดข้อมือและสิ่งอื่นใดเท่าที่จะจินตนาการกัน ส่วนใหญ่จะพบในเพศหญิงมากกว่าชาย แต่นักเพศศาสตร์ (Sexologosts) เชื่อว่า หญิงที่มีพฤตกรรมเช่นนี้แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นความต้องการจริงๆของตน แต่ต้องการแสดงว่าตนยินยอมต่อคู่ร่วมเพศหรือเกรงว่าจะถูกทอดทิ้งจึงยอมทำตามที่คู่นอนพอใจ
สาเหตุคล้ายพวกซาดิสม์ (เพราะฟ้าลิขิตมาให้คู่กันที่ทางช้างเผือก) หรืออาจเป็นการแสดงอำนาจเหนือกว่าคู่ร่วมเพศ เพราะสามารถทนต่อความเจ็บปวดได้ หรือต้องการการยอมรับจึงยอมถูกลงโทษเพื่อเอาใจ
และในวัยเด็กที่อาจเคยมีความตื่นเต้นทางเพศขณะถูกลงโทษ หรืออาจเกิดจากพ่อแม่เมื่อเวลาโกรธก็ลงโทษด้วยการตี พอลูกร้องไห้หรือคิดว่าตนทำรุนแรงไปก็ปลอบประโลมด้วยท่าทาง การพูดให้รางวัล การสัญญา จนเด็กพอใจ จึงเกิดความรู้สึกฝังใจว่าถ้าเจ็บปวดก่อนแล้วความสุขจะตามมา
อย่างไรก็ตาม พวกชอบความเจ็บปวดทั้งสองชนิดนี้ บางครั้งอาจสลับเป็นเป็นเพลย์หนึ่งเพลย์สองกันได้ ผีแดงอาจเปลี่ยนใจไปเชียร์หงส์....แต่มักพบเสมอว่ามนุษย์ส่วนใหญ่ที่มีพฤติกรรมนี้มักจะชอบความเจ็บและชอบรับความเจ็บผสมกันอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
3. ชอบอวดอวัยวะเพศ (Exhibitionism)
ขืนมีรูปติดเรทตาย
พวกนี้มีความสุขตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่าไปงานคอนเสิร์ตเมื่อได้อวดอวัยวะเพศของตนต่อหน้าสายตาประชาชี โดยเฉพาะต่อคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักและไม่เต็มใจดู (ก็แน่ล่ะ) ส่วนใหญ่จะพบในเพศชายที่ไม่บรรลุนิติภาวะ ซื้อขาย และสมยอม ไม่กล้าแสดงออก คบคนยาก ไม่สามารถดึงดูดเพศตรงข้าม ไม่มีความมั่นใจในตนเอง รู้สึกเป็นปมด้อย ประมาณว่าพระเจ้าส่งกูมาเกิดทำไม และส่วนใหญ่ก็จะรู้ว่าผิด แต่ไม่สามารถยับยั้งการกระทำของตนได้ ส่วนผู้หญิงก็มีที่เป็นแบบนี้ แต่จะหาทางออกในการเป็นนางแบบรูปเปลือยหรืองานอื่นๆแทน (ผู้หญิงที่เป็นแบบนี้ได้เปรียบผู้ชายนะเนี่ย) แต่ถ้าหากทำเพื่อเงิน อันนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ
สาเหตุของการมีพฤติกรรมทางเพศนี้พบว่าเกิดในการเลี้ยงดู (อีกแล้ว) ของพ่อแม่ที่เข้มงวดในเรื่องเพศจนเกินขอบเขต ให้ลูกเดินอยู่ในไม้บรรทัดตลอดเวลา บางครั้งเด็กผู้หญิงก็อยากจะฉี่ใส่ขวดบ้างนะคะ (เอ่อ....ไม่ใช่แล้ว) อย่างไรก็ตามคนพวกนี้สามารถสมรสได้ แต่จะไม่มีความสุขจากการได้ร่วมเพศเท่ากับการอวดอวัยวะเพศให้สาธารณะชนดู....คนพวกนี้จึงน่าได้รับความเห็นใจ และควรได้รับการบำบัดรักษาจากจิตแพทย์ด้วย << อันนี้คัดลอกในหนังสือมา
4. ถ้ำมอง (Voyeurism)
(อย่างนี้เรียกว่าจับตามอง)
มหัศจรรย์สวรรค์สร้าง อีกขั้วหนึ่งของพวกชอบโชว์ บางทีโชคชะตาก็เล่นตลกไม่ดลบันดาลพรหมลิขิตให้สองคนนี้เจอกัน นายคนนี้จึงต้องไปแอบดูชาวบ้านชาวช่องเขาแก้ผ้ากัน เป็นพวกที่มีความสุขหรือความพอใจที่ได้แอบดูผู้อื่นประกอบกิจกรรมทางเพศ (AV??) หรือพวกชอบดูผู้อื่นเปลือยกาย (เว็ปโป๊??) พวกนี้จะมีความสุขผสมกับสนุกตื่นเต้นสนุกสนาน พบได้ทั้งหญิงและชาย แต่พบในผู้ชายมากกว่า โดยเฉพาะวัยรุ่น (เห็นชอบดูกันทุกวัย) โดยหลังจากที่แอบดูจนพอใจพวกนี้จะเกิดอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรง บางรายอาจจะกลับไปสำเร็จความไคร่ด้วยตัวเองที่บ้าน หรือบางรายก็เอามันซะตรงนั้นเลย
สาเหตุของความผิดปกตินี้มาจากในวัยเด็กเคยเห็นพ่อกับแม่ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันบนเตียง จากสื่อ หรือเป็นเด็กขาดความอบอุ่น ความรักความเอาใจใส่จากพ่อแม่ ขาดความมั่นใจในตนเอง และมักคิดเสมอว่าคนอื่นมองตนเองไม่เป็นผู้ชายพอ และตนเองก็คิดเช่นเดียวกัน ดังนั้นการแอบดูผู้อื่นจึงทำให้รู้สึกว่าตนองเป็นต่อหรือเหนือกว่าคนที่แอบดูเพราะสามารถมองได้อย่างลับๆ เป็นการประกันว่าเขาจะไม่ล้มเหลวในกิจกรรมทางเพศ โดยทั่วไปถือว่าไม่ร้ายแรง
5. ชอบให้ผู้อื่นดูตัวเองประกอบกิจกรรมทางเพศ (Trosilism)
เป็นพวกที่รู้สึกตื่นเต้นพอใจที่จะให้คนอื่นอยู่ด้วยขณะตนเองมีเพศสัมพันธ์กับคู่ร่วมเพศ อาจเฝ้าดูหรือให้มีกิจกรรมทางเพศเหมือนๆกับตนด้วยก็ได้ เช่นพวกถ่ายคลิปวิดีโอแบบเปิดเผยอย่างเฉินกวนซี พวกแอบถ่ายหรือพวกเซ็กซ์หมู่สวิงกิ้งสุดเสียวเปรี้ยวปิ๊ดปี้ปิ๊ดทั้งหลาย พฤติกรรมพวกนี้ส่วนหนึ่งมาจากพวกชอบอวดอวัยวะเพศและพวกถ้ำมอง คือ สามารถเห็นหรือดูคนที่ประกอบกิจกรรมทางเพศได้ ขณะเดียวกันก็สามารถประกอบกิจกรรมทางเพศให้คนอื่นดูได้ด้วยแบบทูอินวัน กล้วยทอด!
จากตัวอย่างข้างต้นในห้าข้อที่ผ่านมา จะเห็นว่าเกิดจากผู้ใหญ่ทั้งนั้น ฉะนั้นแล้วก่อนที่จะโทษเด็ก ให้หันกลับมามองดูที่ตัวเองก่อนสักนิด อนาคตของชาติขึ้นอยู่กับการกระทำของทุกคน ไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้น
จงอย่ามอบความรับผิดชอบของคุณให้คนอื่น
ปัจฉิมลิขิต : พอแค่นี้ก่อน เพราะเนื้อหานั้นยังอีกยาวนัก อาจจะมีเป็นไตรภาคให้ได้อ่านกันค่ะ
ปัจฉิมลิขิตที่สอง : พรุ่งนี้ไม่อยู่นะคะ มะรืนจะกลับมาต่อข้อหก ส่วนภาคสามต้องดูวันก่อนเดี๋ยวอัพหนังไม่ทัน
ปัจฺฉิมลิขิตที่สาม : โปสเตอร์หนังเป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ว่าแต่คุณน่ะ อยู่ในประเภทไหนในนี้หรือเปล่า?
ขอขอบคุณ : หนังสือเรียนก็มีประโยชน์!! และภาพจากพี่กูเกิ้ล
Edit : จาก #7 By หนุ่มชุดดำ
ตอนนี้มีประกาศใหม่แล้วครับว่า homosexual ไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นความชอบเฉยๆ
ส่วนวิธีปฏิบัติ ยังเป็นแค่ความผิดปกติครับ ยังไม่ใช่โรคจิต เพราะถ้าโรคจิตจริงๆ จะไม่สามารถดำรงชีวิตได้เลย จะเห็นภาพหลอน เสียงหลอน หลุดออกจากโลกแห่งความจริงโดยสิ้นเชิง
เพราะงั้นใครเป็นก็โล่งใจได้แล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ
ขอขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ทุกวิว และทุกคนที่โหวตดาวให้ด้วยนะคะ
#1 By rokjitjung on 2008-04-18 01:11