#35 ความผิดปกติทางเพศ มันยังไงกันนะ4
posted on 29 Apr 2008 19:41 by justjear in Shoutความผิดปกติทางเพศ มันยังไงกันนะ?? Episode 3 Part Two
คำเตือน : เนื้อหาอาจมีการส่อเรื่องเพศ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
คำเตือน 2 : จขบ.นำข้อมูลมาจากหนังสือเรียน ซึ่งมันอธิบายแบบหนังสือเรียน จขบ.จึงปรับใหม่ให้ไร้สาระยิ่งขึ้น หากคิดว่าอ่านแล้วจะได้สาระกลับไปแบบเต็มร้อยล่ะก็คิดผิด!! แต่เนื่องจากเอนทรี่ที่แล้วมีสาระน้อยไปนิดหนึ่ง(ก็ในหนังสือมันน้อย) เอนทรี่นี้จึงปรับให้มีสาระมากขึ้น
คำเตือน 3 : อ่านภาคเก่าก่อนก็ดีค่ะ ภาคหนึ่ง สอง สาม
คำเตือน 4 : ภาพประกอบที่นำมาลงเพียงเพื่อต้องการแสดงความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในหัวข้อนั้นๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลในภาพหรือหนังเรื่องนั้นๆแต่อย่างใด
------------------------------
กลุ่มที่สี่ กลุ่มที่ผิดปกติในการเลือกคู่ร่วมเพศ
ประเภทที่
4. พวกชอบร่วมเพศกับศพ (Necrophilia)
เชือดแล้วค่อยฟัน
เป็นประเภทที่ได้รับความสุขความพึงพอใจทางเพศกับซากศพ ซึ่งพบได้ไม่มากนัก และมักพบในเพศชาย แต่เป็นความผิดปรกติที่รุนแรงถึงขั้นนับว่าเป็นโรคจิต มักจะเป็นกับผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอและต้องการแสดงอำนาจเหนือคนอื่นๆ แม้ว่าคนผู้นั้นจะเสียชีวิตกลายเป็นศพไปแล้วก็ตามทีแสดงว่าศพสวย
พฤติกรรมเช่นนี้อาจเป็นผู้ที่ฆ่าคู่นอนให้ตายก่อนแล้วจึงร่วมเพศในภายหลัง บางครั้งอาจจะถึงขั้นหั่นศพออกเป็นชิ้นๆด้วย ซึ่งในกรณีนี้อาจร่วมกับพวกที่ชอบข่มขืนชาวบ้าน คือฆ่าก่อนแล้วค่อยข่มขืนโดยไม่เปิดโอกาสให้คุณป้องกันตัวและใช้มารยาอันบิชชี่เพื่อเอาต่อรอดแต่อย่างใด ซึ่งพวกนี้เป็นภัยต่อสังคมมาก ส่วนการป้องกันการข่มขืนนั้นเจี๋ยได้เขียนบอกไว้แล้วในภาคสองค่ะ
เหตุการณ์สมมติที่ไม่เกี่ยวกันเล้ย
คู่ สามีภรรยาคู่หนึ่งรักกันปานจะกลืน แต่สามีป่วยหนักเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และในขณะที่กำลังจะตายนั้นเอง สามีก็ถามภรรยาสุดที่รักที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงว่า
"ที่รัก"
"คะ"
"บอกลูกๆด้วยว่าผมรักพวกแกมากแค่ไหน"
"โถ ได้ซีค่ะ"
" และผมอยากจะบอกคุณ...ว่าผมรักคุณมากเหลือเกิน" สามีน้ำตาซึมราวกับเป็นคำพูดที่ยากจะเอื้อนเอ่ย "หากผมตายแล้วช่วยไปเยี่ยมหลุมศพผมบ้างจะได้ไหม"
"แหม ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ จะไปทุกวันพฤหัสเลย"
สามีดีใจอย่างสุดซึ้ง "ขอบคุณคุณมาก..."
.
.
"คุณก็รู้ว่ามันเป็นทางผ่านไปร้านทำผม"
---------------------------------------
5. มีเพศสัมพันธ์ระหว่างบุคคลร่วมสายโลหิต (Incest)
รักใครให้ดื่มนม
คือ การมีความสัมพันธ์ทางเพศร่วมกันระหว่างบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางสายโลหิต(ไม่ใช่ชื่อละครนะ) เช่น ระหว่างพ่อกับลูกสาวอันนี้เคยออกข่าว แม่กับลูกชาย พี่ชายกับน้องสาว พี่สาวกับน้องชาย พี่ชายกับน้องชาย ทวดกับโหลน แต่ปู่กับย่า อาม่าอาแป๊ะ พ่อกับแม่ไม่เกี่ยวเน้อ รวมไปถึงเครือญาติและลูกพี่ลูกน้องด้วยเช่นกัน ซึ่งการที่มีอะไรกันระหว่างคนร่วมสายเลือดนั้น จะส่งผลกระทบต่อลูกที่ออกมา(กรณีไม่ได้ยืดอกพกถุง)ทำให้พิการหรือมีความผิดปรกติทางกายอื่นๆตามมา ซึ่งแทบทุกสังคมและทุกวัฒนธรรมต่างถือว่าเป็นเรื่องต้องห้าม เป็นความผิดและบาปอย่างรุนแรง รวมไปถึงผิดกฎหมายด้วย
สาเหตุมักเนื่องมาจากครอบครัวที่มีความหมกมุ่นในเรื่องเพศ ประกอบกับสภาพแวดล้อมโลกร้อนที่เอื้ออำนวยเช่นครอบครัวที่ยากจนอยู่ห่างไกลความเจริญ(คงเป็นทาร์ซานและเจน) หรืออยู่กันอย่างหนาแน่นในเมือง สมาชิกในครอบครัวไม่มีพื้นที่ส่วนตัว หรือมีปัญหาในคู่สมรส หรือบางรั้งแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ตาย หรือหย่าร้าง ทิ้งให้พ่ออยู่กับลูกสาวที่ทำหน้าที่ดูแลบ้านแทนแม่และพ่อมักดื่มสุรา เป็นต้น แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือความผิดปกติทางจิตใจ ซึ่งมีอิทธิพลมากกว่าสาเหตุอื่นใดทั้งหมด
มีอะไรในผู้ร่วมสายเลือดผิดกฏหมาย ถ้าอยากถูกกฏหมายต้องแก้รัฐธรรมนูญ!
------------------------------------------
6. พวกชอบแลกเปลี่ยนสามีภรรยา (Mate-Swapping หรือ Swinging นั่นเอง)
เฮ้ยเพื่อน ยืมเมียหน่อยดิ
พฤติกรรมเช่นนี้แม้ว่าจะพบได้ไม่มากนัก แต่สำหรับสังคมไทยถือว่าไม่ถูกต้องเหมาะสม แต่เป็นการนอกใจไปคบกับเมียเพื่อนหรือสามีเพื่อน! ส่วนใหญ่มักจะพบในกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "หัวสมัยใหม่" อาจเกิดจากความต้องการแสดงสิทธิเสรีภาพของผู้หญิง หรือต้องการความตื่นเต้นในชีวิต(ไปเล่นไวกิ้งก็ได้เธอ) ต้องการให้ชีวิตสมรสไม่ซ้ำซากจำเจน่าเบื่อหน่าย (แล้วมึงจะลงจากคานทำไมมิทราบ)
และอาจมาจากกลุ่มที่มีพฤติกรรมที่คิดว่าการแลกเปลี่ยนคู่นอนยังดีกว่าการนอกใจแหม ก็คนสนิทกัน โดยทั่วไปผู้ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ยังไม่จัดว่าเป็นผู้ที่มีปัญหาหรือความผิดปกติทางจิตใจแต่อย่างใด โดยเฉพาะหากเป็นความพึงพอใจของทั้งสามีและภรรยาเอง และกระทำอยู่ในกลุ่มที่มีรสนิยมตรงกัน
เหตุการณ์สมมติที่ไม่เกี่ยวกันเล้ย
ในคืนวันเข้าเรือนหอของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขกันบนเตียง และสามีกำลังจะเริ่มต้นปฏิบัติภารกิจนั่นเอง
ภรรยาก็ออกอาการเขินอายและพูดว่า "ที่รักคะ คุณเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดที่ชั้นรู้จักเลยรู้มั้ย"
ฝ่ายสามีก็พยักหน้าอย่างเขินอายไม่แพ้กัน
ในที่สุดภรรยาก็ตัดสินใจ "แต่ชั้นมีความจริงจะบอก คุณต้องอย่าโกรธชั้นนะคะ"
"อะไรครับ"
เธอตอบอย่างอายๆ "ชั้นเคยผ่านผู้ชายมากนักต่อนักแล้วล่ะค่ะ"
แต่ฝ่ายสามีไม่มีทีท่าโกรธเคืองแต่อย่างใด
.
.
"โธ่เอ๊ย ผู้ชายน่ะผมก็ผ่านมานักต่อนักเหมือนกัน"
----------------------------------------
7. พวกที่มีความสุขทางเพศกับวัตถุ (Frottenrism)
ข้าคือ โอตากุ
เป็นพวกที่ไม่อาจมีความสุขทางเพศกับร่างกายหรืออวัยวะเพศของฝ่ายตรงข้าม แต่กลับมีความสุขความพอใจทางเพศกับวัตถุสิ่งของที่ไม่มีชีวิตบางชนิด ที่เป็นสัญลักษณ์ทางเพศของเพศตรงข้าม เช่นกางเกงใน ถุงน่อง ยกทรงซิลีโคน กระโปรง รองเท้า ต่างหู ผ้าเช็ดหน้า ฟันปลอม เป็นต้น หรือบางส่วนของร่างกายที่ไม่ใช่อวัยวะเพศโดยตรง เช่นปอยผม(ใครเคยดูนางฟ้าชาลีบ้าง) เต้านม(เห็นผู้ชายชอบกันทุกคน) น่อง นิ้วเท้า รักแร้ เล็บขบ เป็นต้น
บางครั้งอาจเป็นสิ่งของทั่วไปซึ่งอาจมีความหมายเป็นพิเศษที่ประทับใจในวัยเด็ก และสามารถบรรลุจุดสุดยอดทางเพศได้โดยการสัมผัส กอดจูบ หรือสำเร็จความไคร่กับวัตถุสิ่งของเหล่านี้เท่านั้น แต่ไม่อาจมีความสุขทางเพศจากการมีเพศสัมพันธ์ ความผิดปกติทางเพศชนิดนี้มักพบได้ในผู้ชาย และมักจะถูกจับกุมด้วยข้อหาโจรกรรมสิ่งของดังกล่าวมาสะสมไว้
สาเหตุอาจเกิดจากการไม่สามารถสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพศตรงข้ามได้จึงหันมามีความสุขทางเพศกับวัตถุแทน
ส่วนในเพศหญิงมักจะเป็นเพียงได้รับความตื่นเต้นพอใจจากการขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นเท่านั้น (Kleptomania)
เหตุการณ์สมมติที่ไม่เกี่ยวข้องกันเล้ย
เป็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์...ว่า...ดาราวัยรุ่นผู้มีไหวพริบ ปฎิพานดีมากคนหนึ่ง...ถูกข่มขืนขณะเข้าบ้านในซอยเปลี่ยว...ยามค่ำคืน
ปวีณา : ทำไมถึงกลับบ้านดึกดื่นล่ะจ๊ะหนู แล้วหนูกลับบ้านยังไง
ดาราสาว : มีดาราหนุ่มรุ่นพี่มาส่งค่ะ แต่ด้วยไหวพริบหนูสังเกตว่าเขาเป็นคนขี้หลี ถ้าให้รู้จักบ้านก็จะตามตื้อจนรำคาญ...จึงให้ส่งแค่ ปากซอย แล้วหนูก็เดินเข้ามา
ปวีณา : แล้วเกิดอะไรขึ้น!?
ดาราสาว : มีผู้ชายคนหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่ ล่ำสัน ออกอาการเมานิดๆเดินตามหนูมา ด้วยไหวพริบ หนูจึงรู้ว่าไม่ได้มาดีแน่
ปวีณา : แล้วยังไงต่อจ๊ะ?
ดาราสาว : หนูตัดสินใจออกวิ่ง แต่ชายคนนั้นก็วิ่งตามทันที...ด้วยไหวพริบ หนูรู้ว่าวิ่งยังไงก็คงๆไม่เร็วกว่าผู้ชายอยู่ดี ยังไงเขาก็ต้องตามทันและใช้กำลังแน่นอน
ปวีณา : แล้วยังไงต่อจ๊ะ
ดาราสาว : ด้วยไหวพริบของหนู หนูตัดสินใจหยุดวิ่ง เพื่อไม่ให้ต้องเจ็บตัว และตัดสินใจเจรจาต่อรอง
ปวีณา : ผลการเจรจาเป็นอย่างไรจ๊ะ?
ดาราสาว : หนูบอกเขาว่าไม่มีประโยชน์ที่ต้องใช้กำลัง ไม่เกิดผลดีต่อทั้งสองฝ่าย...หนูยินยอมทำตามที่เขาต้องการ
ปวีณา : เรื่องเป็นอย่างไรต่อจากนั้น
ดาราสาว : ด้วยไหวพริบของหนู หนูชวนเขาไปในที่ลับตาคน แล้วต่างคนต่างถอดเสื้อผ้าของตัวเอง หนูถกกระโปรงขึ้นมาเหนือเอว ส่วนเขาปลดกางเกงลงมากรอมเท้า
ปวีณา : เรื่องเป็นยังไงต่อจ๊ะ
ดาราสาว : ลองใช้ไหวพริบคิดดูสิ ว่าชายที่รูดกางเกงลงไปกองตาตุ่ม กับหญิงสาวที่ถกกระโปรงขึ้นเหนือเอว ใครจะวิ่งเร็วกว่ากัน?
ปวีณา : แต่อย่างน้อยเค้าก็ต้องเห็นของลับของหนู ??
ดาราสาว : ด้วยไหวพริบ(?) หนูไม่ยอมเสียเปรียบหรอกค่ะ หนูก็ใช้เวลาครู่หนึ่ง เพื่อจ้องดูของเขาเหมือนกันก่อนวิ่งหนี!!
ปวีณา : เอ๋?? แล้วหนูรู้สึกยังไงล่ะคะ??
ดาราสาว : เสียดาย........
สาวๆจะเอาไปใช้บ้างก็ได้เน้อ
---------------------------------
ปัจฉิมลิขิต : ในที่สุดก็จบซะที ไตรภาคอันยืดเยื้อ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านและให้การสนับสนุนให้ขึ้นฮอตโพสต์มาโดยตลอดค่ะ ขอบคุณมากๆ
ขอขอบคุณ : ภาพจากกูเกิ้ล , หนังสือเรียนเขียนโดย อ.สุวัฒน์ แก้วสังข์ทอง และ อ. ชาญ นพรัตน์ ส่วนเนื้อเรื่องในเหตุการณ์สมมตินั้นมาจากเว็ปไซต์สมัยก่อน ซึ่งเก็บไว้ในเวิร์ด ลืมไปแล้วค่ะว่ามาจากเว็บไหน ต้องขอโทษอย่างแรง บางเรื่องก็เอามาจากความจำล้วนๆ
จบซะทีนะค่ะ
คืออ่านมาตั้งแต่อันแรกเลย โฮย อันที่ตอนที่ 3 กะ 2 รุนแรง น่ากลัว
อ๊ากก โลกมนุษย์
#1 By Feather~aee on 2008-04-30 03:43