#88 Olympic น่าดูเนอะ.....

posted on 17 Aug 2008 23:20 by justjear  in Shout

              ก่อนหน้านี้เจี๋ยเป็นคนที่ไม่ชอบดูกีฬาค่ะ   เพราะฝีมือด้านกีฬาของตัวเองนั้นถือว่าติดลบถึงติดลบมากกก   หวดปิงปองก็พลาด   หวดแบตก็วืด   ตีวอลเล่ย์ก็เจ็บแขน  แต่หลังจากที่ใช้ชีวิตมาได้นานขึ้น  มีประสบการณ์มากขึ้น  เจี๋ยว่ากีฬามันเป็นการแข่งขันอย่างนึงที่สนุกพอๆกับดูหนังเลยเชียว   อาจจะสนุกกว่าด้วยซ้ำเพราะเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป   ทีมที่เราเชียร์หรือคนที่เราลุ้นจะชนะขึ้นแท่นกับเขาหรือเปล่า   ทำไมไอ้นี่ก็ทำดีแต่กรรมการให้น้อยจังฟระ!   หรืออุ๊ย  นักกีฬาคนนี้หล่อจัง(ส่วนใหญ่จะเป็นอันนี้ใช่มั้ย?)

 

อนึ่ง *ใครจะก๊อปรูปจากเอนทรี่นี้ไปก็เชิญตามสบาย*

อสอง *เอนทรี่นี้ยาวมาก   ใครสนใจกีฬาไหนเป็นพิเศษก็เลือกอ่านได้นะคะ*

 

วันนี้เลยมาสนองความต้องการกีฬากันเสียหน่อย (หรือจะสนองตัณหาก็ไม่ทราบ)

เริ่มด้วยกีฬาน่าดูประเภทแรก   ยิมนาสติก!

              ยิมนาสติก (Gymnastics) ภาษาอังกฤษเป็นกีฬาที่ เกี่ยวกับการแสดง ความแข็งแรง ความสวยงาม  ความคล่องแคล่ว  และการทำงานประสานกันของร่างกาย  เป็นกีฬาสากลประเภทหนึ่งที่จัดเข้าแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก  ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มมาเมื่อใด  แต่มาปรากฏก่อนคริสต์ศักราช 2,600 ปี  ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ชาวจีนได้มีการฝึกฝนท่ากายบริหารและคิดประดิษฐ์ท่า บริหารกายขึ้น  แต่การเริ่มต้นยิมนาสติกอย่างแท้จริงน่าจะเริ่มสมัยเริ่มต้นของประวัติศาสตร์แห่งชาว โดยเฉพาะกรีกโบราณ  คำว่ายิมนาสติก  เป็นภาษากรีก  มาจากคำว่า Gymnos แปลว่า Nude หรือแปลว่า Necket Art มีความหมายว่า  ศิลปะแห่งการเปลือยเปล่า (ที่มา)   (หว้าววววว)

              ซึ่งกีฬาชนิดนี้ถูกบรรจุเข้าในโอลิมปิคเมื่อปี 1896 (ที่มา)

              ถ้าใครเคยดูมาก่อนล่ะก็   จะรู้ดีว่ายิมนาสติกนั้นให้คะแนนโหดหินมากค่ะ  ท่าที่ต้องยืนนิ่งถ้าขยับขาก็โดนตัดคะแนน  เบี้ยวก็ตัด  ยกขาสูงไม่พอก็ตัด  ไม่นิ่งก็ตัด   ถ้าล้มไม่เป็นท่านี่ถือว่าจบเห่เอวังเลย   แต่เพราะอย่างนั้นเลยทำให้กีฬานี้ลุ้นมากค่ะ   เพราะคะแนนแต่ละรอบเฉือนกันแค่เศษทศนิยมเท่านั้น

--------------------------------

กีฬาน่าดูประเภทที่สอง  ว่ายน้ำ

              เล่าคร่าวๆเลย   การแข่งขันว่ายน้ำครั้งแรกนั้นเริ่มต้นที่กรุงลอนดอน  ในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2416 ในการแข่งขันท่าเดียวนั่นคือ ฟรีสไตล์   โดยผู้ว่ายแต่ละคนจะว่ายแบบไหนก็ได้ตามชื่อเป๊ะๆ    ซึ่งผู้ชนะในครั้งแรกคือ J. Arhur Trudgen ซึ่งท่าที่เขาใช้ว่ายก็นิยมจนถูกตั้งชื่อว่าท่าทรัดเจน(Trudgen stroke)    ต่อมากีฬานี้ได้รับความสนใจมากขึ้นเมื่อเรือเอก Mathew Webb ได้ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษจากเมืองโดเวอร์  คาเลียส เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2418 โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 21 ชั่วโมง 45 นาที ด้วยการว่ายแบบกบ (Breast stroke)  และข่าวที่ฮือฮาครั้งนั้นก็ทำให้คนสนใจกีฬาว่ายน้ำมาขึ้นเรื่อยๆ   จนกระทั่งAlex Wickham  ชาวเกาะโซโลมอนเป็นผู้ริเริ่มการว่ายน้ำแบบท่าวัดวาและเป็นผู้ครองตำแหน่ง  ชนะเลิศของโลก  ระยะทาง 50 หลา  เขาได้กล่าวว่าเด็ก โซโลมอนทุกคนว่ายน้ำแบบนี้ทั้งนั้น  ต่อมาท่าว่ายน้ำแบบวัดวาจึงเป็นที่นิยมฝึกหัดกันโดยทั่วไป  ท่าฟรีสไตล์ปัจจุบันนั้นแล  (ที่มา)

               ซึ่งกีฬาชนิดนี้ถูกจัดแข่งขันในโอลิมปิคเมื่อปี  1896 (ที่มา)

               กีฬานี้ถือเป็นการแข่งที่พลิกผันได้มากค่ะ   เพราะการว่ายน้ำให้เร็วนั้นจะต้องผ่อนแรงแขนให้มั่นคง  จะต้องพาตัวเองให้ตลอดรอดขอบสระ   ถ้าเร็วช่วงแรกแล้วแผ่วช่วงปลายก็แพ้ได้เหมือนกัน  จะให้ไปเร็วแต่ช่วงปลายก็แพ้อีก   เพราะฉะนั้นจนกว่านักกีฬาจะแตะขอบสระ   อย่าเพิ่งตัดสินว่าใครจะชนะ    ล่าสุดในปักกิ่งนี้ทีมสหรัฐก็คว้าเหรียญกันเป็นว่าเล่นทีเดียว  และก็ทำลายสถิติกันแทบทุกรอบ

--------------------------------------------------

กีฬาน่าดูประเภทที่สาม    กระโดดน้ำ

                กีฬากระโดดน้ำ  เป็นกีฬาที่มีวิธีกระโดดลงไปในน้ำจากกระดานสปริง  หรือที่นิยมเรียกตามภาษาอังกฤษว่า  สปริงบอร์ด (springboard) หรือจากชานหรือหอกระโดด ซึ่งเรียกกันว่า  แพล็ตฟอร์ม (platform) ด้วยการเอาศีรษะหรือเท้าลงไปก่อนและมีท่าทางที่มีความยากง่ายแตกต่างกันมากมาย   โดยอังกฤษเป็นชาติแรกที่ริเริ่มเล่นกีฬานี้กันอย่างจริงจังเมื่อปี 1880   ซึ่งสมัยนั้นใช้บ่อน้ำในการแข่งขัน   และสภาพนักกีฬาก็เลอะเทอะไปด้วยสิ่งปฎิกูลที่ก้นบ่อ(ฮา)   แต่ต่อมานักยิมนาสติกชาวสวีเดนก็ได้ริเริ่มท่าใหม่   ทั้งตีลังกา  ท่าเกลียว  ซึ่งท่าเหล่านี้เรียกเสียงฮือฮามากจนกลายเป็นที่นิยมไปในบัดดล (ที่มา)

                การแข่งกระโดดน้ำจัดเข้าแข่งที่โอลิมปิคครั้งแรกเมื่อปี 1904 (ที่มา)

                สำหรับใครที่เคยดูนะคะ   การกระโดดน้ำนั้นถือว่ารวดเร็วมากในแต่ละครั้ง   ประมาณครึ่งนาทีก็เสร็จ(รวมที่นักกีฬายืนรอจังหวะด้วย)   แต่สวยงามเหมือนยิมนาสติก   ซึ่งการให้คะแนนค่อนข้างจะโหดพอกัน   น้ำกระเซ็นมากไปก็ตัด   ตัวไม่ตรงก็ตัด   หมุนไม่ครบรอบก็ตัด   เบี้ยวก็ตัด   แต่จุดเด่นของมันอยู่ที่ความสวยงามค่ะ   และนักกีฬาชายจะใส่กกน.แค่ตัวเดียวเท่าน้านนนน(นี่ใช่ไหมเหตุผล)   ล่าสุดที่ปักกิ่ง   จีนก็กวาดเหรียญจากกีฬานี้ไปได้อื้อซ่า

---------------------------------------------------

กีฬาน่าดูประเภทที่สี่   มวยสากล   (ม ม้านะ  ไม่ใช่ค ควาย  ดูดีๆนะเออ)

                 ประวัติต่างชาติไม่ต้องสนใจ   เอาของไทยเลยดีกว่า  มวยสากลหรือที่เรียกในยุคแรกว่า มวยฝรั่ง เข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกราว พ.ศ. 2455  โดยได้แบบอย่างจากประเทศอังกฤษ   ผู้นำมาเผยแพร่คือหม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิวงศ์  สวัสดิกุล   ครั้งแรกนำมาเผยแพร่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  และแพร่ต่อไปยังโรงเรียนต่างๆ มีการจัดแข่งขันมวยนักเรียนซึ่งเป็นแบบมวยสากลสมัครเล่น(คือถ้าไม่สมัครจะเล่นไม่ได้ชิมิ?)   ต่อมาพระยาคฑาธรบดีสีหบาลเมือง เช่าพื้นที่ด้านสวนลุมพินี   เมื่อเป็นที่นิยมจึงมีการคัดเลือกนักมวยสากลชาวไทยข้นชกกับนักมวยต่างชาติเหล่านั้นในแบบมวยสากลอาชีพ   การชกระหว่างนักมวยสากลชาวไทยกับต่างชาติมีขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2472  สุวรรณ นิวาศวัต  นักมวยไทยชื่อดังขึ้นชกเป็นคู่แรก  แพ้น็อค เทอรี่ โอคัมโป (ฟิลิปปินส์) ยก 4      ส่วนคู่ที่ 2 โม่ สัมบุณณานนท์  ชนะน็อค  ยีซิล โคโรนา (ฟิลิปปินส์)  ยก 4    จากนั้นกีฬามวยสากลเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น  มีนักมวยสากลชาวไทยชกชนะสร้างชื่อเสียงอยู่เนืองๆ เช่น สมพงษ์ เวชสิทธิ์  เป็นแชมป์มวยสากลของสิงคโปร์  ผล พระประแดง  เป็นรองแชมป์โลกคนแรก   จำเริญ ทรงกิตรัตน์  เป็นแชมป์ OPBF  คนแรกและขึ้นชิงแชมป์โลกเป็นคนแรกด้วยแต่ไม่สำเร็จ   แชมป์โลกชาวไทยคนแรกคือ โผน กิ่งเพชรซึ่งได้ครองแชมป์เมื่อ พ.ศ. 2503ปัจจุบัน พ.ศ. 2550 ประเทศไทยมีแชมป์โลกทั้งสิ้น 37 คน ในจำนวนนี้มีนักมวยที่สร้างสถิติโลกและเอเชียมากมาย (ที่มา)

                 พูดถึงมวยนั้นคงไม่ต้องสาธยายให้มากความนะคะว่าบ้านเรามีฝีมือด้านนี้   แต่กีฬาชนิดให้คะแนนค่อนข้างยากค่ะ   คือถ้าไม่โดนจังๆนี่คะแนนก็จะไม่ขึ้นเลย   ปักกิ่งปีนี้แข่ง 4 ยก  ยกละสองนาที   ถือว่าลุ้นมากกกกกกก   เพราะแต่ละคะแนนที่ขึ้นมานี่ลากเลือด   ต่อยแล้วต่อยอีก  ล่าสุดนี้มนัสยังชนะอยู่ค่ะ   ถือเป็นอีกหนึ่งความหวังของไทยเลย   เชียร์กันต่อไป

--------------------------------------------------------

กีฬาน่าดูประเภทที่ห้า   บาสเกตบอล

               ตั้งแต่ที่คิดค้นขึ้นในปี พ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1891) โดยเจมส์ ไนสมิท บาสเกตบอลได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นกีฬาสากล  กีฬานี้มีจุดเริ่มต้นจากในวายเอ็มซีเอ  ลีกที่เกิดขึ้นในสมัยแรก ๆ เป็นระดับมหาวิทยาลัย ต่อมากลายเป็นเอ็นบีเอ (National Basketball Association, NBA) และเริ่มมีการแข่งขันในค.ศ. 1936 ถึงแม้ว่าในระยะแรกยังเป็นกีฬาที่เล่นเฉพาะในสหรัฐอเมริกา  กีฬาชนิดนี้แพร่ขยายไปสู่ระดับสากลด้วยความรวดเร็ว  ปัจจุบันมีนักกีฬาและทีมที่มีชื่อเสียงตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลก (ที่มา)

                กีฬาไม้ตายของสหรัฐ   เพราะกีฬานี้ในอเมริกานิยมมาก   ถือเป็นอาชีพที่หากินและเจริญรุ่งเรืองในชีวิตมากกว่ากีฬาด้านอื่นๆ   เพราะฉะนั้นผู้ที่มีแววด้านกีฬาทั้งหลายจะมารวมตัวกันที่กีฬานี้   ในแง่หนึ่งมันก็ดูดี  แต่อีกแง่คือกีฬาชนิดอื่นๆจะด้อยไป   ยังไงซะกีฬานี้เจี๋ยไม่ค่อยได้ดูหรอกค่ะ   นานๆทีจะเปิดไปดู   แต่บาสทำคะแนนกันเร็วมาก   และไม่ต้องนั่งรอหยากใย่ขึ้นแบบฟุตบอล   เดี๋ยวชู๊ตๆ   มันสนุกตรงนี้ล่ะ

------------------------------------------

กีฬาน่าดูประเภทที่หก   วอลเล่ย์บอล

               กีฬาวอลเล่ย์บอลเกิดขึ้นในปี 1895 โดยนายวิลเลียมส์   จี   มอร์แกน   ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาของสมาคม Y.M.C.A (Young Men's Christian Association) มืองฮอลโยค (Holyoke) รัฐแมสซาชูเซตส์   ประเทศสหรัฐอเมริกา   ได้เป็นผู้คิดเกมขึ้น  เพื่อตอบสนองประยุกษ์ให้กีฬาเล่นในฤดูหนาวได้   โดยเขาได้เกิดแนวคิดมาจากการประยุกษ์วิธีการของเทนนิสมาใช้เล่น   จึงใช้ตาข่ายเทนนิส   สูงจากพื้น 6 ฟุต 6 นิ้ว   และใช้ยางในของลูกบาสเล่นกัน   แต่เนื่องจากยางในของลูกบาสเบาเกินไป   จึงเปลี่ยนมาใช้ลูกบาสทั้งลูกแทน   แต่ก็อีกนั่นล่ะ   ลูกบาสหนักไปจนแขนผู้เล่นได้รับบาดเจ็บ   จนในที่สุดเขาจึงให้บริษัท A.G. Spalding and Brother Company ผลิตลูกบอลที่หุ้มด้วยหนังและบุด้วย ยาง มีเส้นรอบวง 25-27 นิ้ว มีน้ำหนัก 8-12 ออนซ์ หลังจากทดลองเล่นแล้ว   เขาจึงชื่อเกมการเล่นนี้ว่า "มินโตเนต" (Mintonette)  

กระทั่งอีกหนึ่งปีต่อมา   นายวิลเลียมส์ได้นำเสนอกีฬานี้แก่ที่ประชุมคณะพลศึกษา   ซึ่งศาสตราจารย์อัลเฟรด  ที  เฮลสเตด   ได้แนะนำให้เปลี่ยนชื่อเป็นวอลเล่ย์บอล   และปรับการเล่นซะใหม่    

จนถึงยุค 1928 ปี ค.ศ. 1928 ดอกเตอร์ จอร์จ เจ ฟิเชอร์ ( Dr.George J.Fisher ) ได้ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกติกาการเล่นวอลเลย์บอล เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลในระดับชาติ  และได้เผยแพร่กีฬาวอลเลย์บอลจนได้รับสมญานามว่า  บิดาแห่งกีฬาวอลเลย์บอล (ที่มา)

               กีฬานี้ถูกบรรจุเข้าแข่งในโอลิมปิคเมื่อปี 1964 (ที่มา)

               สำหรับบ้านเรากีฬานี้คงจะเป็นที่กรี๊ดกร๊าดในหมู่สาว(เทียม)มาก   แต่ผู้ชายและผู้หญิงที่นิยมกีฬานี้ก็ยังมีอยู่   เมื่อวานก่อนเจี๋ยนั่งๆดูอยู่(แน่นอนว่าทีมชาย)   นักกีฬาแต่ล่ะคนตัวใหญ่มาก   ส่วนสูงเฉลี่ยอยู่ราวๆ 190+ (สองเมตรกว่าก็มี)  และตบลูกกันแต่ละทีนี่ไส้ไหลกันได้ง่ายๆเลย(130 กิโลต่อชั่วโมงอ่ะ)   เรียกได้ว่าแทบจะตัดสินกันด้วยลูกเสิร์ฟเลย   ส่วนของผู้หญิงนั้นอาจจะช้าหน่อย   แต่ก็ 180+ นะเออ    อย่าไปยุ่งกับพวกเธอเชียวนะ   ไม่งั้นตบทีไส้ปลิ้น!

-----------------------------------------------------

กีฬาน่าดูประเภทที่เจ็ด  เทควันโด

               เทควันโด คือ ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว โดยไม่ใช้อาวุธของ ชาวเกาหลี คำว่า เท (태) แปลว่า เท้า หรือการโจมตีด้วยเท้า ควัน (권) แปลว่า มือ หรือการโจมตีด้วยมือ โด (도) แปลว่า วิถี   ดังนั้นเทควันโดโดยทั่วไป  หมายถึง  วิถีแห่งการใช้มือแล้ะเท้าในการต่อสู้และป้องกันตัว จากประวัติศาสตร์ซึ่งเผยแพร่ในช่วงแรกนั้น  ศิลปะการป้องกันตัวของประเทศเกาหลี มีมาตั้งแต่ 2 พันกว่าปี  ในปี ค.ศ. 1955 องค์กรพิเศษได้ถูก จัดตั้งขึ้นในนามขององค์การควบคุมศิลปะแห่งชาติ  ถูกตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่และควบคุมทำการสอนให้แก่สาธารณะชน องค์กรทางทหารซึ่งขึ้นอยู่กับเงินทุนกองกลางที่มีสามชิกขององค์กร เป็นผู้ที่มีความคิดความสามารถที่เชี่ยวชาญ กลุ่มสมาชิกได้รวมตัวกัน โดยมีนายพลเช ฮอง ฮี Choi Hong Hi เป็นผู้ตั้งชื่อใหม่ขึ้นว่า เทควันโด (Taekwondo) มีที่มาจาก เท (เทคียน: Takkyon) และ ควัน (คองซูโด: Kongsoodo) (ที่มา)

                ชิงแชมป์โลกครั้งแรกปี 1973 กระทั่งในปี 2000 ที่ซิดนี่ย์   กีฬานี้จึงเข้าสู่โอลิมปิคอย่างเต็มตัว (ที่มา)

                 ถือเป็นกีฬาที่เจี๋ยไม่ค่อยได้ดูค่ะ   เลยไม่ค่อยมีข้อมูลประสบการณ์มาบอกสักเท่าไหร่   แต่ในปักกิ่งนี้มีนักกีฬาไทยลงแข่งด้วย   เพราะฉะนั้นอย่างลืมเชียร์กันนะเออ

------------------------------------------------------

กีฬาน่าดูประเภทที่แปด   แบตมินตัน

(มีรูปค่ะ  แต่ไม่ค่อยสวย  เลยหาอันอื่นมาแปะให้แทน หึๆ)

 

                 กีฬาแบตมินตันเป็นกีฬาที่มีประวัติที่มาไม่แน่ชัดค่ะ   ซึ่งจากหลักฐานต่างๆ  จะสามารถบ่งบอกกีฬาประเภทนี้ได้ในหลายยุค

• ในจีนช่วงคริสศตวรรษที่เจ็ด (ประมาณ ค.ศ. 700) มีภาพวาดเก่าๆว่ามีการใช้ลูกขนไก่ในการเล่น   ซึ่งตอนนั้นใช้เท้าเตะกัน 2 คน   หรือตั้งวงเตะกัน 3-4 คน

• ช่วงคริสศตวรรษที่สิบสาม (1300) ชาวอินเดียแดงในอเมริกาใต้   ใช้ขนนกหรือขนไก่พูกติดกับลูกกลมโดยลูกบอลกลมนั้นใช้หญ้าฟางพันขมวดเข้าด้วย กัน และให้ขนไก่ชี้ไปทางเดียวกันและเวลาเล่นใช้มือจับลูกขนไก่นั้นปาใส่ผู้เล่น คนอื่น (ออกแนวซาดิสม์ทีเดียว)

• คริสศตวรรษที่สิบสี่ (1400) ชาวญี่ปุ่น ได้มีการใช้ขนไก่ หรือขนนกเสียบผูกติดกับหัวไม้ และใช้ไม้ตีลูกขนไก่นั้น โดยไม้ที่ใช้ตีทำมาจากไม้กระดาน ตีลูกขนไก่ไปมา  (ในโดราเอมอนก็มีค่ะ)

• ปลายศตวรรษที่ 17 ในแถบยุโรปได้มีการเขียนภาพน้ำมันถึงการเล่นแบตมินตันไว้ในราชสำนักต่างๆ

      ♦ พระราชินีคริสตินาแห่งประเทศสวีเดนทรงจำลองไม้แบดมินตันมาจากแร็กเกตในกีฬาเทนนิส และใช้ขนไก่หรือขนนกเสียบติดกับหัวไม้ก๊อก
      ♦เจ้าฟ้าชายเฟรดเดอริค มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก ทรงแบดมินตันในลักษณะเดียวกัน แต่ในตอนนั้นเรียกแบดมินตันว่า "แบทเทิลดอร์กับลูกขนไก่

• ในศตวรรษที่ 18 ที่เยอรมนี  กษัตริย์ของปรัสเซียเฟรดเดอริคมหาราช  และพระเจ้าหลานเธอเฟรดเดอริค วิลเลียมที่สอง ทรงแบดมินตันในลักษณะเดียวกัน และในประเทศอังกฤษ  มีเรื่องเล่าว่าในปี ค.ศ. 1870 นายทหารคนหนึ่งที่ไปประจำการอยู่ในเมืองปูนา  ประเทศอินเดียได้เห็นกีฬาตีลูกขนไก่จึงนำกลับไปเล่นในอังกฤษ   และในอังกฤษ ณ คฤหาสน์ แบดมินตัน ของดยุคแห่งบิวฟอร์ด ที่ตำบลกล๊อสเตอร์เชอร์ ในปีค.ศ. 1873 เกมกีฬาตีลูกขนไก่จึงถูกเรียกว่า แบดมินตัน ตามชื่อของสถานที่นับตั้งแต่นั้นมา (สุดท้ายทำไมมันมาจบง่ายๆงี้นี่) (ที่มา)

               กีฬาชนิดปรากฎครั้งแรกในโอลิมปิก 1972 และถูกบรรจุเข้าชิงเหรียญทองเต็มรูปแบบในปี 1992 (ที่มา)

               ตอนนี้ทีมแบตไทยแพ้ไปหมดแล้วนะคะ   แต่ไม่เป็นไร   อีกสี่ปีไปแข่งใหม่ที่ลอนดอนให้ได้แล้วกัน(ออกแนวขู่เข็ญหรือเปล่า)   เจี๋ยเคยดูเอเชี่ยนเกมส์มั้งคะ(ถ้าจำไม่ผิด)  ตอนนั้นอินโดนิเซียแข่งกับจีน  โอ๊ยทีแรกเราก็เชียร์จีนใหญ่เลย  แต่ไปๆมาๆนี่อาเฮียแกใส่พลังเต็มที่  ตบสุดแรงเกิด  ส่วนตาอินโดก็หยอดเอ๊าหยอดเอา   สรุปพี่จีนก็แพ้ไป   ถือว่าสู้ได้สูสีมาก   แต่ฝีมืออินโดเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด   ปักกิ่งปีนี้เจี๋ยก็ได้ดูรอบของทีมคู่ผสมค่ะ   ถือว่าไทยทำได้ค่อนข้างดีนะคะ   สู้กับอินโดนี่ล่ะ

-------------------------------------------------------------

กีฬาน่าดูประเภทที่เก้า   ยกน้ำหนัก   

(รูปยกน้ำหนักบ้านแกใส่กางเกงในตัวเดียวเรอะ!!

แล้วรูปยกน้ำหนักบ้านแกใส่กางเกงในสองตัวรึไง.....?)

               กีฬายกน้ำหนัก (Weightlifting)  มีการแข่งขันในโอลิมปิกสมัยใหม่ครั้งแรกในปี1896กรุงเอเธนส์  ซึ่งครั้งนั้นยังไม่มีการแบ่งรุ่นตามน้ำหนัก  ใครยกน้ำหนักได้มากที่สุดเป็นผู้ชนะโดยไม่ต้องคำนึงถึงรูปร่างและขนาดของนักกีฬา(งี้คนตัวเล็กจะชนะเรอะ)   กีฬายกน้ำหนักกลายเป็นกีฬาหลักที่ถูกบรรจุเป็นประจำในโอลิมปิกตั้งแต่ปี 1920 ที่เบลเยี่ยม   จนในปี 1932 จึงเริ่มมีการแบ่งรุ่นน้ำหนัก   และในปี 2000 ที่ซิดนีย์   มีการแข่งขันยกน้ำหนักประเภทหญิงเป็นครั้งแรก กรีซ   ยังถือว่าเป็นประเทศที่มีนักยกน้ำหนักอยู่ในระดับแถวหน้าของโลก   ส่วนในประเภทหญิงทุกรุ่นดูจะเป็นของนักยกน้ำหนักจากจีน ที่ครองความเป็นจ้าว    สำหรับในการโอลิมปิก ณ กรุงปักกิ่ง หรือปักกิ่งเกมส์   ผู้ชนะเหรียญทองในรุ่นน้ำหนัก 53 กิโลกรัม  หญิง  คือ  ประภาวดี เจริญรัตนธารากุล โดยชนะไปด้วยคะแนนรวม 221 กิโลกรัม ทั้งยังทำลายสถิติโอลิมปิกในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก คือ 126 กิโลกรัม (ที่มา)

               กีฬาประเภทนี้ถือเป็นความหวังของไทยในครั้งนี้ทีเดียว   ซึ่งก็ได้มาครอบครองแล้วหนึ่งเหรียญทอง(ซึ่งยังคงเป็นเหรียญเดียว)   ถ้าใครเคยดูกีฬานี้จะสนุกตรงน้ำหนักที่นักกีฬาแต่ละคนเรียกค่ะ   อย่างเช่นคนแรกออกมายก 95กิโลแล้วยกได้   คนต่อไปต้องมายก 95 กิโลขึ้นไปหรือมากกว่า   เพื่อทำน้ำหนักรวมออกมาให้ได้สูงสุด   เป็นการเกทับกันอย่างสนุกสนานทีเดียว    แกยกได้เรอะ   อ๋อชั้นก็ทำได้ย่ะ   แหกตาดูซะ! (ออกแนวซาดิสม์)

-------------------------------------------------

 

เอาเท่านี้แล้วกันค่ะ   เพราะรู้สึกจะยาวเวิ่นเว้อเกินไปแล้ว  แต่ยังมีกีฬาอีกมากให้ติดตาม

วันนี้สรุปผลกีฬาโอลิมปิก(ที่เขียนอยู่ตอนนี้วันที่ 18)

อันดับ 1. จีน                         35 ทอง   13 เงิน    13 ทองแดง          รวม 61 เหรียญ

อันดับ 2. สหรัฐ                     19 ทอง    21 เงิน    25 ทองแดง         รวม 65 เหรียญ

อันดับ 3. สหราชอาณาจักร      11 ทอง      6 เงิน      8 ทองแดง         รวม 25 เหรียญ

อันดับ 4. เยอรมัน                    9 ทอง      6 เงิน      6 ทองแดง         รวม 21 เหรียญ

อันดบ 5. ออสเตรเลีย               8 ทอง    10 เงิน     11 ทองแดง        รวม 29 เหรียญ

อันดับ 6. เกาหลีใต้                  8 ทอง      9 เงิน       5 ทองแดง         รวม 22 เหรียญ

อันดับ 7. ญี่ปุ่น                       8 ทอง      5 เงิน       7 ทองแดง        รวม 20 เหรียญ

อันดับ 8. รัสเซีย                     7 ทอง     11 เงิน     11 ทองแดง        รวม 31 เหรียญ

อันดับ 9. อิตาลี                      6 ทอง       6 เงิน        6 ทองแดง       รวม 18 เหรียญ

อันดับ 10. ยูเครน                   5 ทอง       3 เงิน        6 ทองแดง       รวม 14 เหรียญ

อันดับที่ 37. ไทย                   1 ทอง          -               -                 รวม 1 เหรียญ

ถ้าไทยทำเหรียญทองไดอีกคราวนี้   จะขึ้นไปอยู่อันดับที่ 25 ทันทีค่ะ

 

 

สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่ากีฬาทำให้สุขภาพแข็งแรง  ดูกีฬาอย่าเล่นพนัน  และห่างไกลยาเสพติดตามคำขวัญที่ว่า

 

เสียเหงื่อให้ผู้ชาย   ดีกว่าต้องตายอยู่บนคาน

.

.

.

เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า  เฮ้ย!.....

 

ปล.ขอบพระคุณที่ติดตาม  ใครอ่านจบยกมือขึ้น!!

ปล.2 ขออภัยที่สนองตัณหาเจ้าของบล็อกไปบ้าง......หึๆๆๆ

ปล.3 Wall•E สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รู้สึกว่า...เอ็นทรี่นี้
สนองตัณหาคุณเจี๋ยล้วนๆ...
ดูจากภาพประกอบแต่ละภาพเนี่ย...sad smile sad smile

#1 By ซับบาธ... on 2008-08-18 06:59

ติดใจภาพประกอบ ฮ่าbig smile

#2 By (^_^)/nana on 2008-08-18 08:59

เสียเหงื่อให้ผู้ชาย ดีกว่าต้องตายอยู่บนคาน sad smile

#3 By seaugpor on 2008-08-18 11:08

รูปนักยกน้ำหนักมัน...จะยกลูกเหล็ก หรือ จะยกอะไรกันแน่เนี่ย...sad smile

#4 By Chang on 2008-08-18 11:21

โอ๊ย กล้ามมันทิ่มตาเหลือทน

นี่ถ้าภราดรลงเทนนิส เราคงได้ดูหัวนมปลามังกรใช่มั้ยครับ:P
ดูแล้วอยากถามว่าเจี๊ยะ(ผู้ชาย) ดูกีฬาหรือดูนักกีฬาเนี่ยsad smile

พี่ว่าเจี๋ยพิมพ์ผิดหรือเปล่า น่าจะเป็นอยู่ห่างไกลยาเสพติดนะ หรือจงใจว่าอย่าห่างไกลยาเสพติดจริงๆsad smile ถ้าเป็นอันหลังนี่เสี่ยงโดนตำรวจซิวนะ

คำขวัญอันนั้นไม่ไหวม้างงงงงง
เฮ้ยยย

แกไปเก็บกดมาจากไหนนน

ดูรูปแต่ละรูป

เทควันโด แก นี่สูั้กับใครมาห้ะ

ชุดหลุดรุ่ยเลย

55+

สนองตัณหาจริง ๆsad smile

แก้ด้วย

ไทยได้ ทองแดงไว้ตุนเพิ่มอีก 1 เหรียญ -*-
แหม รูปประกอบนี่สุด ๆ เลยนะครับ 55555
คราวหน้าขอเป็นสาว ๆ ในชุดบิกินี่ บ้างสิ (พูดอะไรออกไป~)

จะได้กี่เหรียญ ก็ขอเชียร์สุดตัวครับพ้ม confused smile

#8 By Buffo on 2008-08-18 19:36

เอ้อเหอ~ภาพประกอบ
เอะใจตั้งแต่แอรอนชกมวยแล้ว sad smile

#9 By -JpNc- on 2008-08-18 23:28

นี่มัน...สนับสนุนโอลิมปิค รึ ประกวดชายงามฟระ
แหมะ หล่อ ๆ ทั้งน้านเลย พีน้ำลายไหล
อุ๊บ....หลุดอะไรออกไป...

ปล. Meet the spartans โคตะระฮาเลย เจี๋ย เหอ เหอ confused smile

#10 By p.cobra on 2008-08-20 08:58

-*-
ตกลงคุณเจี๋ย จะดูกีฬาหรือดูคนกันเนี่ยembarrassed

#11 By Pygmii on 2008-08-20 10:59

หลังโอลิมปิก ว่าจะทำสรุปสุดยอดนักกีฬาน่ากินอยู่เหมือนกัน

ปล. ข้างบนนี่มีบางคนไม่ใช่นักกีฬานี่นา แต่ไม่เป็นไรเพราะน่าอร่อย

#12 By pisces on 2008-08-20 11:41

อรู๊ววววว หนุ่มๆน่ากินทั้งน๊านนนน อิๆๆๆ

คราวนี้หนุ่มๆมากันเพียบเลย จะแย่งงานกันเหรอจ๊ะน้องเจี๋ย double wink cry

#13 By gallantfoal on 2008-08-20 22:21

แป๋วแหวว ว่า มันน่าดู ก้อ ตอนนี้แหล่ะ

อะๆๆๆ big smile

#14 By Peaw-weaw on 2008-08-21 00:21

#13
คนบางคนไม่ใช่นักกีฬา หึ! ดูเหมือนจะมองอะไรผิดไปรึเปล่าคะพี่ เพราะนักกีฬาน่ะมีคนเดียวเองนะ (55555+)
#14
นานๆทีคุณน้องขอสักครั้งนะคุณพี่
หาภาพมาประกอบได้ยอดมากครับ sad smile double wink

#16 By -----ROGER----- on 2008-08-22 08:17

sad smile มาแต่หล่อล่ำ ไม่มีสาวๆ เลย

#17 By manop on 2008-08-23 13:38

อีเจี๋ยจุกจิต View my profile