Bangkok  Dangerous

ฮีโร่  เพชฌฆาต  ฮาข้ามโลก

อ่านข้อมูลอื่นๆได้ที่ http://www.nangdee.com/title/?movie_id=1281

 

บทชำแหละ!!

คำเตือน : นี่เป็นความชอบส่วนบุคคล  ควรใช้วิจารณญาณในการรับชม

คำเตือน : สปอยล์ทั้งเนื้อหาและตอนจบ  ใครยังไม่ได้ดูและจะดูไม่ควรอ่าน  แต่ถ้ายังไม่ได้ดูและไม่คิดจะดูควรอ่าน!!

                จริงๆช่วงนี้เจี๋ยอยากใช้ชีวิตแบบสงบๆอ่านหนังสือสอบมากกว่าค่ะ   ไม่เข้าเว็ปไม่อ่านการ์ตูนไม่ดูหนัง   แต่คงจะเป็นไปได้ยากมาก   ก็เลยหาเวลาไปดูหนังอีกจนได้   และก็เลือกเรื่องนี้   รู้ทั้งรู้ว่าหนังรีเมคนั้นห่วยขนาดไหนก็ยังเสี้ยนที่จะไปดู  ยิ่งเป็นหนังของพวกแปงอีก....งานนี้โทษใครไม่ได้ต้องโทษใจตัวเอง  เอง  เอง.....

                 โอเคมาว่า่กันถึงเรื่องความสนุกสนานของเรื่องนี้กันดีกว่า   เริ่มมาด้วยนิโคลาส  เคจหัวเถิกในบทโจ(ที่ไม่ได้เป็นใบ้)   ที่กล่าวถึงกฎสี่ข้อในการเป็นมือสังหาร   หนึ่งคืออย่าขี้สงสัย   สองคืออย่าสนใจคนอื่นรอบตัว  สามคือต้องไร้ร่องรอย(จำข้อนี้ไว้ให้ดีนะคะ)  ข้อสี่อะไรไม่รู้จำได้   โอเคต่อค่ะ

                 หนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับอาชีพเขาและรายละเอียดเล็กน้อยพอสังเขป   จากนั้นก็มากรุงเทพเพื่อทำภารกิจสี่งานสุดท้าย(จริงๆ)ในการเป็นมือสังหารของเขา   จนก็ได้พบกับก้อง(ชาคริต  แย้มนาม)มิจฉาชีพกิ๊กก๊อกแถวนั้นเข้า   จึงใช้เขาให้เป็นคนรับ-ส่งของให้   โดยจ่ายเงินให้วันละ 3,000(โอ้  มึงรวยเนอะ)   มีข้อแม้คือห้ามเปิดของดู   และถ้ามาสายแม้แต่นาทีเดียวก็ชวดเงินในวันนั้นไป

                 จากนั้นหนังก็ดำเนินไปเรื่อยๆทำให้เคลิบเคลิ้ม   ถ้าเจี๋ยไม่มีป๊อบคอร์นและเป๊บซี่ในมือคงจะใกล้หลับเต็มแก่   และในที่สุดฉากแอคชั่นก็มาถึง!!   และก็จบลงในเวลาอันรวดเร็ว   และอ่อนมาก....ผ่านสภาพบ้านเมืองไทยที่ช่าง(โคตร)จะไม่เหมาะในฉากก่อการร้ายสักนิด   เหมือนนิโคลาสมาเป็นมือสังหารในหนังย้อนยุค   แต่ช่วยไม่ได้   หนังมันบางกอกแดนเจอรัส   จะให้ไปถ่ายที่มหาสมุทรแปซิฟิกก็คงไม่ได้....ยังพอรับได้   ทนดูต่อ   เดี๋ยวกันก็สนุกน่า

                 ในเวลาต่อมา   ด้วยบาดแผลที่(โคตรจะ)บังเอิญได้มา   ทำให้พระเอกเถิกของเราไปพบกับเภสัชกรคนหนึ่งในร้านขายยา   ซึ่งเธอเป็นใบ้!!!   อุ๊ยแม่เจ้ากะละมังขังขอบปอบหยิบ!!   ให้ฝรั่งมาเล่นหนัง(กึ่ง)ไทยยังพูดกันรู้เรื่องไม่พอ   มึงยังให้นางเอก(ที่ในหนังเป็นคนไทย)มาเล่นเป็นใบ้อีก   ลองนึกสภาพฝรั่งพูดไทยไม่ได้มาเจอกับคนไทยเป็นใบ้ดูสิคะ   อยากจะหัวเราะให้ลั่นโรงให้ป๊อบคอร์นกระเด็น   (รักษาเอกลักษณ์สินะแปง...)

                 แต่!!  รักของเถิกศักดิ์กับใบ้ศรียังไม่จบแค่นั้น!!

                 มาเล่าถึงฝั่งพ่อชาคริตของเรากันบ้าง   หลังจากที่เขามีหน้าที่รับ-ส่งของแบบห้ามถาม   ห้ามช้า  ห้ามวีน  ก็ไปปิ๊งเข้ากับนางรองเป้ย  ปานวาดที่เป็นตัวกลางในการส่งของเข้าให้   และในระหว่างทางขนของไปส่งให้พ่อเถิกนั้นเอง   ก็ถูกโจรดักปล้น   โจรธรรมดาๆนี่ล่ะไม่มีส่วนอะไรกับเนื้อเรื่องหรอก   อยู่ๆมันก็โผล่มา   แต่พระรองชาคริตของเราก็หนีรอดมาได้   และมาส่งของให้เถิกศักดิ์สำเร็จ!!  (ไชโย....)

                 แต่พระเอกเถิกศักดิ์ของเราหาว่าเปิดของข้างในดู   ไม่จ่ายตังค์ให้   แต่ใจดีดี๊ดีให้เบียร์กินเพื่อรักษาแผลที่หน้าไม่ให้บวม   ชาคริตก็เลยโพล่งออกมาว่า "คุณจะฆ่ามันใช่ไหมละ  ไอ้นี่มันเลวมาก" (โอ้  รู้ด้วยเนอะ  ช่างเป็นมือปืนที่ไร้ร่องรอยมาก)  ได้ฟังดังนั้นเถิกศักดิ์ก็พุ่งเข้าไปฆ่า!!(อารมณ์แปรปรวนจริงนะ...)   โชคดีชาคริตปากเป็นเอก  บอกว่าอยากให้สอนเขาหน่อย   อยากเป็นแบบคุณ   ....พ่อนิโคลาสเราก็ใจดี๊ใจดีอีกแล้ว

                 รับเป็นศิษย์ซะเลย.....

                 เหตุผลเพราะว่ามองไปในตาเขา....แล้วเห็นตัวเอง   ก๊าก  ฮาโรงแตก!!  กฎที่ต้องไร้ร่องรอยและไม่สนใจใครอื่นถูกหักล้างหมดสิ้น   ยัง!!  ยังไม่ฮา  กลั้นไว้ก่อน

                 หนังก็ดำเนินต่อไป   ด้วยภารกิจที่สองซึ่งผ่านไปแบบรวดเร็วอีกเช่นเคย   จนมาถึงภารกิจที่สามที่ทำเอาต้องฮาอีกแล้ว   เมื่อพระเอกเถิกศักดิ์มือสังหารสุดโหดอิมพอร์ทจากอเมริกาของเรา   ต้องฆ่าเป้าหมายใหม่ที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก!!

                 เริ่มมาซะดิบดีด้วยการเล็งปืนซ่อนเอาไว้ในพวงมาลัยดอกดาวเรื่อง   แถมมีกล้องสุดไฮเทคกะภาพยิงได้อีก   ทว่าบุญมีแต่กรรมบัง   เมื่อแม่ค้าปากเปราะเข้ามาขัดขวางไว้ซะงั้น   ทำให้พ่อมือสังหารที่ไร้ร่องรอยของเราพลาดเป้า   ........พลาดแล้วทำยังไงคะ??   มือสังหารผู้ไร้ร่องรอยพลาดแล้วจะทำยังไงต่อไป!!

                 วิ่งไล่ยิงมันกลางตลาดแม่งเลย!!

                 กูไม่สนใจใยดีใครหน้าไหนทั้งสิ้น   ไล่ยิงกันกลางตลาดน้ำ   กลางคลอง   กลางบ้านผู้คน   เปิดเผยหน้าตาสบายๆ  ใครจะทำไม?   สุดท้ายก็ขับเรือไล่ยิงกัน   ยิงไปยิงมาไม่โดนคน   แต่โดนเรือจนขับต่อไม่ได้  เถิกศักดิ์จึงขึ้นไปขโมยมอเตอร์ไซค์บนบก   แล้วก็ไล่ตามเรือต่อไป!!  เขาไม่ละความพยายาม!!   กระโดดเกาะเรือ!!   เข้าไปใต้สะพาน!!  แล้ว!!   แล้วยังไงต่อ!!  แล้วก็ยิงมันจนตายน่ะสิ.....   ยืนเก๊ก......รอชาคริตมาและฉากนี้ก็ค่อยๆจบไป   ไม่มีตำรวจ   ทั้งที่ชาวบ้านเห็นกันทั่ว....ตายไปเฉ้ยเฉ้ย

                 ตัดกลับมาที่ฉากรักโรแมนติกสุดเงียบของหนัง   ระหว่างพระเอกฝรั่งกับนางเอกฮ่องกงใบ้  ผู้กำกับเกาหลี   แต่ชื่อหนังคือกรุงเทพ.....   ฝ่ายนางเอกของเราก็เล่นไปตามบท   พยายามนำเสนอความเป็นไทยแก่เถิกศักดิ์สุดฤทธิ์   ด้วยการไปเป็นนางรำแสดงบนเวที(มึงเป็นเภสัชไม่ใช่เรอะ!)   และให้อาหารช้างกุ๊กกิ๊กกระหนุงกระหนิง

                 แต่ทว่าจุดหักเหมันอยู่ตรงนี้!!!!  เมื่อระหว่างเดินทางกลับบ้าน   เถิกศักษ์ถูกโจรปล้นโดยที่ใบ้ศรีไม่รู้(ตกลงแกหูหนวกด้วยใช่มั้ย.....งั้นยิ่งโคตรจะไม่น่าเป็นเภสัช   หรือรำบนเวทีได้เลยนะ)   จนกระทั่งเลือดมาชะโลมตัวใบ้ศรีถึงจะสังเกตได้   ว่าเถิกศักดิ์ได้ยิงเจ้าโจรสองคนนั้นเสียชีวิตสิ้นลมหายใจ   นางเอกก็ร้องไห้และปลีกตัวออกมาโดยทันที!!   และก็เข้าสู่การง้องอนของพระเอกที่เงียบสุดชีวิต!!!   ด้วยการแสดงท่าทางว่าเขากำลังถูกขโมยนะตัวเอง....แต่แล้วใบ้ศรีก็มิอาจทนได้   หนีไป   แล้วความรักของเถิกศักดิ์กับใบ้ศรีก็จบลง....ซะงั้น

                 พาลให้นิโคลาสงอน   ไปลงกับชาคริตต้อยหนุ่ม   ไม่ให้เข้าบ้านเข้าช่อง.....และเถิกศักดิ์ก็เริ่มปฎิบัติภารกิจสุดท้ายด้วยการฆ่านักการเมือง   แต่มันเสี่ยงมาก....   เขาเลยตัดสินใจขึ้นค่าตัวกับผู้ว่าจ้างซะ

                 และฉากก็ตัดไปที่ดอม  เหตระกูล   ลูกน้องสุดเหี้ยม(เหรอ)ของผู้ว่าจ้างเถิกศักดิ์นามสุรัต   ด้วยกังวลว่าเถิกศักดิ์รู้ว่าตัวเองเป็นใคร   เลยเกิดอยากจะฆ่าตัดตอนทั้งชาคริตและนางเป้ย(ที่ไม่มีบทเลย)....  

                เจ้าดอมจึงไปจัดการตามคำสั่ง  ด้วยการจับนางเป้ยไว้....และให้เธอโทรไปหาชาคริตเพื่อเรียกตัวมาจับอีกที   ฟังดูดีมาก  

                ถ้าก่อนหน้านี้พวกมันสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกัน!!

                โถพ่อลูกน้องสุดเหี้ยมเกรียม   มีปืนก็มี   พวกมันอยู่ด้วยกันสองคนน่ะทำไมไม่จับไป!!   จะจับอีเป้ยไว้แล้วให้โทรหาชาคริตให้ยุ่งยากทำไม....   แล้วขอประทานโทษเถอะพ่อคู๊ณณ   คำสั่งที่รับมาน่ะให้ฆ่าทั้งคู่ไม่ใช่เรอะ!!   แล้วมึงไปจับมันไว้ทำไม๊!!!!!

                 ตัดกลับมาที่เถิกศักดิ์ซึ่งยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร   เตรียมเล็งสังหารนักการเมืองเต็มที่   แต่ทว่า   เมื่อเขานึกถึงคำพูดของชาคริตว่าชายคนนี้เป็นคนดี   และมองหน้าประชาชนที่ยิ้มแย้มมีความสุข   (เหมือนพันธมิตรกับนปช.อ่ะเหรอ   อุ่ยไม่เกี่ยวๆ)   ต่อมพ่อพระก็เกิดทำงานขึ้นมาในตัวมือสังหารชั้นเลิศ(?)   เขาลังเล   จะยิงแหล่ไม่ยิงแหล่   จนเวลาผ่านไป   และตำรวจรักษาความปลอดภัยเจอเข้า....

                เถิกศักดิ์เลยวิ่ง!  

                วิ่งปะเข้าไปในฝูงชนและหายสาปสูญกลับบ้านได้สำเร็จ   และในตอนนั้นเองที่เขาตัดสินใจจะหนีออกจากประเทศนี้และหายตัวไป   และระหว่างนั้นเองเช่นกันที่ลูกน้องของผู้ว่าจ้างเขาสุรัต   แอบเข้ามาในบ้านเพื่อลอบสังหาร!!   ทว่าด้วยความเก่งกาจเถิกศักดิ์ก็จัดการพวกมันได้ไม่อยากเย็นอะไร   พร้อมทั้งถามว่า "ก้องอยู่ไหน"  เป็นภาษาอังกฤษ!   คนร้ายก็ช่างมีการศึกษา   ตอบได้ด้วย!!!

                 ถึงเวลาปิดเรื่องซะที   เถิกศักดิ์จึงไปลาใบ้ศรีเป็นครั้งสุดท้ายที่บ้าน   และออกตะลุยไปที่คลังของสุรัตทันที   และก็ยิงกันนัวเนีย   ทำให้ฉาคแอคชั่นของหนังที่ดูก๋องแก๋งตั้งแต่ต้นดูขึงขังขึ้นมาบ้าง   แต่ก็ไปตกม้าตายอีกตอนเข้าไปข้างใน...   ลองนึกถึงสภาพโกดังเก็บถังน้ำ20ลิตรนะคะ   มีฉากนึงที่นิโคลาสไปหลบหลังกำแพง   และที่กำแพงฝั่งตรงข้ามมี่ชั้นถังน้ำขั้นกลาง   ถัดไปเป็นคนร้าย   นิโคลาสเราจึงโชว์เหนือ   มุมกล้องจับไปที่น้ำที่นองอยู่บนพื้น   เห็นภาพคนร้ายแล้ว   มุมกล้องซูมไปที่กรวยน้ำด้านบนอีกที   เห็นคนร้ายอีกเช่นกัน   เมื่อเห็นดังนั้นแล้วเขาจะทำยังไง!!   เมื่อเห็นคนร้ายแล้วมือสังหารของเราจะทำยังไง!!

                 วิ่งออกมา  เอาปืนคู่ไปไล่ยิงแม่งเลย!!

                 โถพี่น้องแปง   แล้วมึงจะให้กล้องซูมไปให้พระเอกเห็นทำไมว่าคนร้ายอยู่ไหน   ในเมื่อก็จะวิ่งออกมายิงกันอยู่แล้วเนี่ย....   ยังไม่พอ   พระเอกของเรายังถูกยิงอีกด้วยแน่ะ....ซวยจริงๆ   ตกลงมึงเก่งหรือมึงอ่อนกันแน่วะหา!!

                 แต่แล้วพ่อตัวร้ายของเราก็โผล่มา   ดอม  เหตระกูลสุดเหี้ยมนั่นเอง   โผล่มาพร้อมกับลูกน้องสามคน   มารุมเถิกศักดิ์ตัวคนเดียว....แล้วผลเป็นยังไง   แน่นอนว่าลูกน้องสามคนตายก่อนอย่างอ่อนด้อยง่อยเปลี้ย  เหลือเพียงดอมและนิโคลาสสองคนบู๊กันเอง   และแล้วผลเป็นอย่างไร!? 

                 มันก็อ่อนพอกับลูกน้องมันนั่นละ....

                 สรุปแล้วเรื่องนี้ดอม  เหตระกูลโผล่ออกมาไม่กี่ฉาก   พูดอยู่ไม่กี่คำ   และก็ตายในสภาพเละเทะสิ้นดี  บทไม่ต่างอะไรไปจากลูกกระจ๊อกทั่วไป....มึงโผล่มาทำไม....

                 แต่ในที่สุดเถิกศักดิ์ก็มาพานพบกับเป้ยและคริตอีกครั้ง   โดยที่ทั้งคู่อยู่ดีมีสุข   มีบาดแผลนิดหน่อยแต่ปราศจาคพันธนาการใดๆ   กอดกันได้สบาย   แถมไม่มีใครเฝ้าแม้แต่คนเดียว!!!   ช่างเป็นตัวประกันที่อิสระจริงๆ....   แต่ขนาดนี้แล้วมันยังไม่หนีกันออกมาอีกนะ   ไม่ละขี้เกียจรอพระเอกมาช่วยดีกว่า   และในที่สุดเถิกศักดิ์ก็รู้หน้าที่   มาช่วยเอาไว้   และตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่าจะไปฆ่าสุรัตผู้ว่าจ้างเขาเอง   ด้วยเหตุผลที่ว่า "มันโคตรเลว"   (อ๋อเหรอ....)

                 และแล้วเถิกศักดิ์ก็ไปเผชิญหน้าสุรัตที่กลัวตัวหด...ด้วยตัวคนเดียว!!   โดยที่ปราศจาคศิษย์(ที่อุตสาห์สอน  แต่ไม่ได้ใช้)   มีเพียงปืนกระบอกเดียว   เขาจะทำอย่างไรกันนะ!!   พ่อนักฆ่าสุดโหดของเราควรจะทำอย่างไร!!?   กฎข้อที่หนึ่งคือต้องไม่ขี้สงสัย....(ซึ่งก็แหกไปตั้งแต่แรกเลย   เพราะมันรู้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร)   กฎข้อสองคือห้ามสนคนนอก....(ซึ่งสนใจทั้งชาคริตและใบ้ศรี)   กฎข้อสามคือต้องไร้ร่องรอย....(ข้อนี้ไร้คำบรรยายจริงๆ)   ด้วยเหตุนั้นเถิกศักดิ์ของเราจึงตัดสินใจครั้งสุดท้าย!!   มองบาดแผลที่ไหล่ซ้ายของตัวเอง....และ

 

 

                ยิงตัวตาย!!!

                

                 จบ!!

                 จบเรื่องชำแหละไปแล้ว   มาแจกแจงกันสักนิด  เจี๋ยชอบการนำเสนอความเป็นไปของนางเอก(ฮ่องกง)มาก   (ฝรั่งน่าจะชอบนะของไทยๆ)   แต่การนำเสนอความสวยงามของกรุงเทพไม่ค่อยดี   และตัวละครอื่นๆก็แทบไม่ให้ความสำคัญกับฉากเอาเสียเลย   เมื่อนึกถึงชื่อเรื่องบางกอกแดนเจอรัสแล้ว   กลายเป็นว่ากรุงเทพเป็นแค่ตัวประกอบที่สำคัญน้อยสุดไปเลย   แค่มาถ่ายกันที่นี่....ก็เท่านั้น

                 ส่วนจุดที่ไม่ชอบเลยคือปฎิสัมพันธ์ของตัวละครนั้นแ่ย่มากกกกกกกกกก   เหตุผลในการกระทำก็เบาบางและดูเลื่อนลอย   เหตุการณ์ต่างๆที่ปรากฎออกมาก็ไม่ดี  แย่  ไปจนถึงขั้นอุบาศก์   ตัวละครหลายตัวไม่ควรจะโผล่ออกมาด้วยซ้ำ   เพราะต่อให้ไม่มีก็ไม่มีผลอะไรกับเนื้อเรื่องเลย   โผล่มาเปลืองฟิล์มมาก   พูดก็ไม่กี่คำ   โดยเฉพาะเป้ย   ปานวาด   กับดอม  เหตระกูล   ที่โผล่มาสองสามฉาก   พูดก็นับคำได้เลย    กระทั่งสุรัตก็ไม่ได้เรื่อง  แม้แต่ชาคริตเองก็ยังไม่มีความสำคัญอะไรกับเนื้อเรื่องมากนัก   ทั้งเรื่องมีแค่นิโคลาสเท่านั้นที่เด่น   นอกนั้นก็ตัวประกอบๆทั้งนั้น 

                 สุดท้ายแล้วอยากจะสรุปคร่าวๆว่าเจี๋ยไม่ชอบหนังเรื่องนี้เอามากๆ   ถ้าไม่นับความเป็นไทย(ที่ยังพอ)มีอยู่ในเรื่องแล้วละก็   เอารางวัลหนังฮอลลีวู๊ดยอดแย่แห่งปีไปครองได้เลย

Bangkok  Dangerous : ฮีโร่  เพชฌฆาต  ล่าข้ามโลก

เนื้อเรื่อง : 6

ฉาก : 8.5

เสียงประกอบ : 7.5

บทบาท : 7.5

ประเด็น / ความคิดสร้างสรรค์ : 5

ความชอบส่วนตัว : 6.5

คะแนนเฉลี่ย : 6.83

หมายเหตุเกรดเฉลี่ย : 7-(ห่วยแตก) 7+(ค่อนข้างแย่) 7.5+(พอใช้) 8+(ค่อนข้างดี) 8.5+(หนังดี) 9+(หนังดีมาก) 10(สุดยอด)

---------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

ปล.คะแนน Death Race , Wall•E (มานานแล้ว) , Death Sentence , Street King , Horton Hear a Who , My Blueberry Night , I Could Never Be Your Woman มาแล้วนะคะ   แต่ยังไม่เป็นทางการ  ถ้ามีรีวิวคงได้ดูกัน   เดี๋ยวจะมีล็อตต่อไปมาอีก  ยังดูไม่หมด  โอ็ย  นี่ขนาดตั้งใจอ่านหนังสือแล้วนะ(แน่ใจ)....หายแว่บไปก่อนแล้วกัน   ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้ไปอ่านบล็อกใครเลย....

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮ หนังรีของไทยหลายเรื่องดูมีแววเจ๊งเยอะ

#1 By bellbell on 2008-09-05 04:50

อืม...ตัดสินใจได้ล่ะ....sad smile

#2 By wesong on 2008-09-05 08:54

ผมเองไม่ตั้งความหวังอะไรกับหนังเรื่องนี้หรอก...
แต่...รีเควสครับ
Death race
อยากรู้ว่า คุณเจี๋ยจะให้คะแนนยังไง
แต่...ที่ผมไปดู สนุกมากๆ

#3 By ซับบาธ... on 2008-09-05 09:08

สปอยได้มันส์ ฮา มากเลยคับopen-mounthed smile

#4 By seaugpor on 2008-09-05 09:47

สปอยล์จริงๆ confused smile

ว่าแต่ลุงนิโคลัส เคจ นี่แก่จริงๆ นะเนี่ย

#5 By manop on 2008-09-05 10:31

สรุปคือ ดูเอาฮาดีกว่าใช่มั้ยครับ 55555 confused smile

#6 By Buffo on 2008-09-05 11:44

มันส์ตรงที่ไ้ด้อ่านค่ะ คุณเจี๋ย..

แต่ไม่กล้าไปดูง่ะ... กลัวฮา sad smile

#7 By Peaw-weaw on 2008-09-05 11:56

ยังไม่ได้ดูเลยอ่า เรื่องนี้

#8 By นายโยจิ^_^ on 2008-09-05 12:01

เฮ้อ... sad smile

#9 By on 2008-09-05 12:21

ไม่อ่าน สปอยนะ....กัว ตั้งแต่เห็นคะแนนละ sad smile

แต่ ฮาข้ามโลก จิง ๆ ภาพ เคจ นั่ง คุยกะ ชาคริตที่ร้านก๋วยเตี๋ยว
555 ต้องหาดู ซะละ ชอบ ชอบ ชอบ น่าดู
แม้นไม่หนุกไม่เป็นไร ขอบใจน้องเจี๋ยที่หาหนังฮาๆให้ดู confused smile

#10 By p.cobra on 2008-09-05 13:12

ตรงกันข้าม ผมชอบเรื่องนี้ครับ confused smile
ไว้สอบ กพ. เสร็จ จะกลับมาเขียนรีวิวครับ เดือนนี้วุ่นๆ จนแทบไม่ได้อัพบล็อกเลยผม

#11 By chubby on 2008-09-05 13:20

ฮ่า....ไม่ต้องลังเลเลยทีเดียวเชียว

#12 By (^_^)/nana on 2008-09-05 13:41

ไม่คิดจะดูตั้งแต่เห็นโปสเตอร์เเล้วเจ๊ ฮา


ขำ นิโคลลัสเคจ...กร๊าก
กลัวสปอยล์เลยอ่านข้ามๆ แต่ตอนเปิดเข้ามาครั้งแรกใช้มือถือ จอมันเล็ก เลยเผลอเห็นสปอยล์ไปนิดหน่อย sad smile

เรื่องนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดูดีมั้ย big smile

#14 By SkyKiD on 2008-09-05 18:02

ดูรายชื่อหนังในปล.แล้วท่าทางเจ้าของบล็อกจะว่างนะ 555+

#15 By -JpNc- on 2008-09-05 21:42

ขอแก้นะจ๊ะคุณน้องขา

มันไปไล่กันที่ "ตลาดน้ำดำเนินสะดวก" จ้ะ (ราชดำเนิน น่าจะมีแต่เวทีมวยนะลูก)
ซึ่งเป็นตลาดน้ำที่ฮ็อตฮิตติดชาร์ตมาก แต่ตอนไล่กันแม่งไม่มีคนเลย อีห่า

ส่วนตอนที่เถิกศักดิ์ถามว่าก้องอยู่ไหน มันไม่ได้ถามภาษาอังกฤษนะลูก
มันถามเป็นภาษาไทยว่า

"ที่ไหนก้อง" (Where is Kong?) sad smile

+ คนเป็นใบ้ ส่วนใหญ่มักจะหูหนวกด้วยนะลูก เป็นเรื่องปกติ
(แต่การที่มันสามารถรำอยู่แถวหน้าได้ แปลว่าอะไร 55555555)

เวอร์ชั่นรีเมค สะเด็ดสะเด่ามาก (ช้างเดินเต็มเรื่องเลยค่ะอีห่า 55555)
แต่แนะนำให้แกหาต้นฉบับมาดู (ถ้ายังไม่ได้ดู) แล้วแกจะรู้ว่า หนังดีดีโดนเอาไปปู้ยี่ปู้ยำได้มากมายแค่ไหน (หวังว่าคงไม่ต้องดู ชัตเตอร์ อีกเรื่องน่ะนะ)

ส่วนตัวละครหญิง มีความสำคัญอยู่อย่างเดียวคือทำให้ เถิกศักดิ์ กับ ชาคริต ไม่เป็นคู่เกย์กัน - -*

#16 By nanoguy on 2008-09-05 22:25

#16
แก้แล้วค่ะ
ขอบคุณมากค่ะคุณพี่แขนconfused smile

อีเจี๋ยจุกจิต View my profile