คำเตือน : เป็นเพียงความชอบส่วนบุคคล  ควรใช้วิจารณญาณในการรับชม

คำเตือน : สปอยล์เนื้อเรื่อง  ไม่หมดทั้ง 100%  แต่น้อยที่สุดแล้ว  ตัดรายละเอียดปลีกย่อยออกไปส่วนหนึ่งนะจ๊ะ

ข้อมูลอื่นๆ : http://www.nangdee.com/title/?movie_id=1645

 

Review

                 ประโยคขึ้นต้นของหนังว่าด้วยการโจมตี "หากเราทุกคนมีการศึกษา  เมื่อถูกโจมตี  จะโจมตีตอบ" (น่าจะใช่นะ  หลงๆลืมๆ)   ซึ่งโดนใจและอธิบายภาพลักษณ์หลายๆอย่างได้ลึกซึ้งทีเดียว   โดยตัวหนังหยิบยกเรื่องการทำสงครามระหว่างสหรัฐอเมรกากับกลุ่มก่อการร้าย  ซึ่งมีอัลซาลีมเป็นผู้บงการ   ผู้อ้างศาสนาในการก่อการร้ายไปทั่วโลก

                เจ้าหน้าที่โรเจอร์  เฟอริส (ลีโอนาร์โด  ดิคาปริโอ) เป็นหน่วยข่าวกรองคนเก่งของซีไอเอ  เขาแฝงตัวเข้ามาในประเทศตะวันออกกลางอย่างอีรักเพื่อทำงาน   หน้าที่ของเขาคือการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด   สืบค้นสาวไส้ไปให้ถึงตัวอัลซาลีม   โดยกฏข้อสำคัญที่สุดคือห้ามแลกเปลี่ยนตัวประกัน   เพราะข้อมูลคืออำนาจ   หากใครคนหนึ่งถูกจับได้จะเสี่ยงต่อการเปิดเผยข้อมูล   ซึ่งต้องฆ่าอย่างเดียวเท่านั้น  ...ทั้งหมดไม่สนว่าจะเป็นพวกเดียวกันหรือไม่   เพราะฉะนั้นการกระทำของเจ้าหน้าที่เฟอริสจึงค่อนข้างเก็บกด   และเขาพยายามวางตัวไม่ไว้ใจใคร  ไปตลอดเรื่อง

                ในบทแรกของหนังเริ่มต้นที่อีรัก   เมื่อเจ้าหน้าที่เฟอริสได้รับคำสั่งจากเอ็ด  ฮอฟแมน (รัสเซล  โครวน์)  ซึ่งบทบาทการแสดงเหนือชั้นมาก   โครวน์ยอมลงทุนเพิ่มน้ำหนักจนพุงพลุ้ยมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ  ที่จริงแล้วบทของเขาในเรื่องนี้เมื่อเทียบกับลีโอนาร์โดถือว่าค่อนข้างน้อยทีเดียว   แต่ทุกครั้งที่เขาออกกลับทำให้รู้สึกบางอย่างว่าห้ามละสายตาจากจอเด็ดขาด   ดูหน้ามันไว้   ฟังคำพูดของเขาและดูสิว่าตานี่กำลังคิดอะไรอยู่....

                เ็อ็ด  ฮอฟแมนเป็นเจ้าหน้าที่มือเก๋าจากซีไอเอที่เรียกเฟอร์ริสว่าเป็น "คู่หู"    เขาคอยออกคำสั่งทางมือถือจากอีกซีกโลกหนึ่ง  อาศัยดาวเทียม  สมอลทอร์ค  และแลปท็อป   ในฉากเริ่มต้นที่เขาออกมานั้นพูดได้น่าสนใจทีเดียวเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในการล่าตัวเหล่าร้าย  ว่ายุคนี้อะไรๆก็ง่ายขึ้น   โลกแคบลงและทุกอย่างสามารถทำได้ด้วยคอมพิวเตอร์   ดาวเทียมและสิ่งล้ำหน้าต่างๆ   ...แต่เรากลับทำอะไรไม่ได้เลยเมื่ออีกฝ่ายใช้วิธีโบราณๆ  แค่ปิดมือถือ   พูดคุยโดยพบหน้ากันตรงๆ   และเลิกใช้อีเมล์ซะ...

                นั่นคือเหตุผลที่เจ้าหน้าที่เฟอร์ริสถูกส่งตัวไปทำงาน

                 ผ่านจากครึ่งแรกของหนัง  ที่ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดการทำงานคร่าวๆว่า   ทุกอย่างจริงจังและจะพลาดไม่ได้   ขณะที่เฟอร์ริสยังวางท่าไม่ไว้ใจใคร   และเอ็ด  ก็ทำงานซ้อนกับเขาโดยวางแผนอีกชั้นหนึ่ง   ซึ่งตัวหนังดำเนินไปแบบนี้ตลอดด้วยการสร้างแผนการสลับซับซ้อนของเอ็ด   และการทำงานภาคสนามของเฟอร์ริสที่ดูเหมือนทั้งคู่จะขัดแย้งกัน   ตามสถานที่และจุดยืน  ยิ่งตามอัลซาลีมไปใกล้ขึ้น   ยิ่งเหมือนไกลออกไป

                 เชื่อไหมว่าช่วงแรกเจี๋ยคิดด้วยซ้ำว่าเอ็ด  ฮอพแมนคือตัวร้าย   เพราะเขาทำตัวไม่น่าไว้ใจเสียเหลือเกิน.....

                 งานใหม่ของเฟอริสหลังจากที่ทำลายเซฟเฮ้าส์ของพวกก่อการร้ายที่อีรักได้แล้ว   เขาก็ถูกส่งตัวมายังจอร์แดน   เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อ   เฟอร์ริสได้พบกับฮานี (มาร์ก  สตรอง) ซึ่งในนามหน่วยข่าวกรอง....เขาคือกษัตริย์   ที่จะช่วยเปิดทางทุกอย่างให้เฟอริสทำงานที่ประเทศนี้ได้อย่างสะดวก   และปลอดภัย   เจี๋ยยอมรับตรงๆว่าเวลาดูหนังที่มีพวกแขกๆมาแสดงในหนังผสมๆด้วยนั้น "งง"   เพราะแยกไม่ออกเลยว่าหมอนี่ใคร   เพราะหน้าตาก็เหมือนๆกัน  ไว้หนวดหน้าเข้มกันทั้งนั้น  ชื่อก็ไม่คุ้นหู   อย่างคารามี , ซาดีกี  จำแทบไม่ได้เลยว่าหมอนี่ใคร...  แกโผล่มาตอนไหน   แต่ฮานีคนนี้แตกต่าง   เพราะนอกจากบทเด่นแล้วการแสดงยังทำให้เราแยกแยะเขาออกจากแขกคนอื่นๆในหนัง

                 โดยกฏง่ายๆของฮานีที่จะช่วยเฟอร์ริสคือ  "จะต้องไม่โกหก"

                 หลังจากดูถึงตรงนี้   ก็พบว่ามีแอคชั่นค่อนข้างน้อย   เน้นไปที่ความสมจริงสมจังมากกว่า   แต่ก็ให้อารมณ์โทนเดียวไปกับหนังได้ดี   เนื้อหาส่วนใหญ่ตัดตรงว่าเครียด   และรายละเอียดต่างๆมีมากจนการจะดีเทลสิ่งต่างๆที่หนังสื่อนั้นอาจทำให้หลายคนปวดหัว   เจี๋ยคิดว่านั่นเป็นที่มาของเหตุผลที่หลายคนที่ออกมาจากโรงพร้อมกันแล้วเขาบ่นว่า "ไม่สนุก"   เพราะฉะนั้นขอพูดเลยตรงนี้สำหรับใครที่อยากหามาดู   ว่าตัวหนังเน้นดราม่าและเนื้อเรื่องสลับซับซ้อน   แขกเยอะจำชื่อไม่ค่อยได้...

                 แต่การแสดงและบทตัวละครต่างๆทำให้รู้สึกอินและดำเนินต่อไปตามหนังได้   จนเจี๋ยรู้สึกว่ามันสนุกและไม่น่าเบื่อเหมือนอย่างที่หลายคนว่า   ถึงเนื้อเรื่องจะดูจริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรมาก   ปมก็งั้นๆ   แต่เจี๋ยชอบนะ

                 อย่างไรก็ตาม   ในช่วงถัดมาของหนังหลังจากเจ้าหน้าที่เฟอร์ริสบู๊แหลกไปกับหมาบ้าในซอย   เขาถูกกัดและกลายเป็นซอมบี้ในที่สุด    เฟอร์ริสไปรักษาตัวที่คลีนิก (หรือโรงพยาบาลไม่แน่ใจ) แห่งหนึ่งและได้พบกับ  "ไอชา"  หมอแขกประจำคลีนิก (หรือโรงพยาบาลไม่แน่ใจ) ....หน้าตาก็ธรรมดาๆนะ   แต่เจ้าหน้าที่เฟอร์ริสก็หลงเสน่ห์เธอเข้าให้   ตอนแรกมันก็ดูดี   แต่ผ่านไปช่วงหนึ่งก็รู้สึกว่าใส่อีนังนี่มาทำไม?

                 สุดท้ายงานกลับไม่สำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้   เมื่อเจ้าหน้าที่เฟอร์ริสถูกจับได้ว่าโกหก   ฮานีจึงขับไล่เขาให้ออกไปจากประเทศ   โกรธที่ถูกหักหลังและทุกอย่างก็พังไม่เป็นท่า

                 กลับมาที่อเมริกาเจ้าหน้าที่เฟอร์ริสได้พบกับเอ็ด   ฮอพแมนอีกครั้ง   ฉากนี้เป็นอะไรที่ตลกจริงๆให้ตาย   โทนหนังที่เครียดๆมาัทั้งเรื่องดูสบายขึ้นในทันทีที่....(ไม่เล่าดีกว่า)   แต่หลังจากที่งานล้มเหลว   ประเด็นที่เฟอร์ริสและเอ็ดถกกันคือเรื่องที่ทำให้ทั้งคู่บาดหมางกันมาตลอด   คือเอ็ดเอาแต่สั่งทางโทรศัพท์ในที่ไกล   และคอยทำงานซ้อน   ขณะที่เฟอร์ริสอยู่ในสถานที่จริงและรับรู้ได้ถึงความรุนแรงของสงครามครั้งนี้

                 และตอนนั้นเองที่เฟอร์ริสคิดแผนขุดบ่อล่อปลาขึ้นมาได้

                 ตัวการของเรื่องนี้คืออัลซาลีมที่เป็นผู้ก่อการร้าย   ฉะนั้นหากเราจะปั้นน้ำให้เป็นผู้ก่อการร้ายกลุ่มใหม่ขึ้นมา   อัลซาลีมจะรู้สึกอย่างไร   "สะใจ  ไม่ก็หวาดระแวง"  เอ็ดตอบ   แต่เฟอร์ริสพูดกลับไปว่า "หรืออาจจะทั้งสองอย่าง"   และนั่นจะทำให้อัลซาลีมติดต่อกับกลุ่มก่อการร้ายกำมะลอนี้   ซึ่งพวกเขาจะตามจับได้ไม่ยากเมื่อมันออกมาสู่แสงสว่าง....

                 เฟอร์ริสจึงเริ่มแผนการทันทีด้วยการไปหา"โอมาร์   ซาดิกี"   สถาปนิกผู้ออกแบบอาคาร   เขาจัดการตบแต่งให้ซาดิกีเป็นแพะรับบาปเรื่องนี้   โดยอาศัยความช่วยเหลือจาก "กาแลนด์"   ให้ออกอีเมล์ปลอมและจัดการส่งเป็นทอดๆเป็นชุดคำสั่งก่อการร้าย   ซึ่งเอ็ดให้ความร่วมมือ   เขาจัดการระเบิดสถานที่ซึ่งเป็นทรัพย์สินของกองทัพอเมริกันเป็นที่แรก  ลงทุนใช้ศพทหารปลอมๆ   ซึ่งกลายเป็นข่าวไปทั่ว   ....และกาแลนด์ก็ได้จัดการส่งเมล์กลับไปที่ต้นฉบับจริงเป็นเชิงยอมรับและร่วมยินดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                 และก็รู้ไปถึงหูอัลซาลีมตามแผน

                 ...ทว่าเจ้าหน้าที่เฟอร์ริสกลับทำพลาด   เขาเสียตัวซาดิกีให้กับอัลซาลีมไป   ซึ่งฝ่ายนั้นได้รู้ความจริงและจัดการทำให้ทุกอย่างกลับสู่ความมืดอีกครั้ง   ซาดิกีถูกสังหารและเจ้าหน้าที่เฟอร์ริสก็ตกเป็นเป้าหมายใหม่

                 และไอชาถูกจับตัวไป

                 จนถึงตอนนี้เจี๋ยเพิ่งได้รู้ว่าหนังเอาตัวละครนี้มาใส่ทำไม   ทีแรกนึกว่าจะลดโทนหนังให้เครียดน้อยลงด้วยความรัก  และฉากหวานๆ   จนถึงจุดไคลแมกซ์ว่าเธอโผล่มาเพื่อเป็นตัวต่อรองและเป็นหมากสำคัญของแผนการดัดหลังตอนจบ

                 เจ้าหน้าที่เฟอร์ริสกลับไปยังบ้านไอชาอีกครั้งและพบว่ามีคราบเลือดของเธอติดอยู่   มีโทรศัพท์ของเธอ   ทว่าไม่มีใครอยู่เลยในนั้น....   เขาจำต้องบากหน้ากลับไปหาฮานีอีกครั้ง   ซึ่งเขาปฏิเสธที่จะช่วย...

                 สุดท้ายเฟอร์ริสจึงต้องกลับไปพึ่งเอ็ด

                 เมื่อมีคนติดต่อมาในที่สุด   นัดสถานที่และเวลาแลกเปลี่ยนตัวประกัน   เฟอร์ริสไปตามนัดหมายและเขาก็พบว่าตนเองอยู่กลางทะเลทรายแห้งแล้ง   มีเพียงแดดและฝุ่น   ขณะที่เอ็ดยืนจับจ้องอยู่อีกด้านของจอภาพมองดูเขา   ฉากนี้เจี๋ยว่าหนังจงใจให้ไปเหมือนกับฉากแอคชั่นซีนแรกของหนัง   แต่คราวนี้เฟอร์ริสถูกจับไปจริงๆ   และเอ็ดช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย

                 "ขอโทษนะคู่หู"

                 ....ภายในห้องอันมืดมิด   เหนียวเหนอะ   ชื้นแฉะและโสโครก   เฟอร์ริสได้พบกับอัลซาลีมตัวเป็นๆที่ทักทายเขาด้วยประโยคทั่วไป  "ขอต้อนรับสู่กวนตานาโม"  นี่คือคุกแห่งการทรมานที่ตัวหนังได้เอ่ยถึงไว้ในช่วงต้นๆนั่นเอง

                 เฟอร์ริสกล่าวว่าไม่มีทางแลกตัวประกันในทุกกรณี   อย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น   ซึ่งนั่นแทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลยว่าเขาจะรอดออกไปจากที่นี่ได้   ทว่าอัลซาลีมกลับไม่สนใจสิ่งนั้นและกล่าวว่าเขาคือซีไอเอตัวเป็นๆที่จับมาได้

                 "ไม่ได้อ่านในคัมภีร์รึไงว่าการฆ่าผู้บริสุทธิ์ให้เสียเลือดเนื้้อจะได้รับผลยังไง"

                 "ในคัมภีร์กล่าวไว้ว่าผู้ใดถูกสังหารหมู่เพราะเหตุผลของศาสนา   ผู้นั้นย่อมใกล้ชิดพระเจ้า"

                 เฟอร์ริสนิ่งอึ้ง "คัมภีร์เล่มเดียวกันแท้ๆแต่กลับตีความหมายต่างกัน"

                 จะว่าไปในเรื่องของการทะเลาะเบาะแว้งหรือเหตุผลของสงครามหลายๆอย่าง   ทั้งสองฝ่ายก็คิดว่าตัวเองถูกเสมอกันทั้งนั้นล่ะนะ   จะมีไหมที่ใครสักคนบอกว่า "ชั้นผิด  ชั้นยอมรับ  ทำลายประเทศฉันเถอะ"  แน่นอนว่าไม่มี   จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะชนะไป  และประโยคที่เฟอร์ริสพูดก็ตีความหมายได้หลายแง่ทีเดียว...

                 อัลซาลีมปล่อยเฟอร์ริสได้อย่างนั้น   เขาจากไปและปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ควรเป็น   ฉากการทรมานก็เริ่มต้นขึ้น   ....พอถึงจุดจบทุกคนต่างก็คิดถึงจุดเริ่ม   ฉากการทรมานในตอนแรกผุดขึ้นมาในหัวเฟอร์ริส   ซึ่งตอนนั้นเขาเป็นผู้ยืนดู   ขณะที่ ณ ตอนนี้เขากลับเป็นผู้ที่จะถูกทรมาน   เขารู้ดีว่าจะไม่มีการแลกตัวประกันและไม่มีการช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้นจากเอ็ด   ตอนนี้เขาหมดแล้วทุกอย่าง   และก็กำลังจะตาย....

                 ฮั่นแน่!!  หนังคงไม่แซ้ดเอนดิ้งขนาดนั้น  สุดท้ายก็มีคนมาช่วยเจ้าหน้าที่เฟอร์ริสไว้ได้   และนั่นคือแผนการที่โคตรจะธรรมดาที่สุด   ดูไม่มีความสำคัญและตัวหนังไม่ค่อยเอ่ยถึงนัก   แต่กลับได้ผลที่สุด   ดัดหลังทุกคนและทุกอย่างได้อย่างแนบเนียนและสะใจ   ซึ่งเจี๋ยจะไม่เล่าว่าเขาเป็นใครและทำยังไง   ใครอยากรู้ไปหาดูกันเอาเอง

                 บทสรุปของเรื่องยังมีต่ออีกนิดแต่จะไม่เล่าแล้ว (ทำให้อยากรู้ทำไม)  โดยรวมแล้วเจี๋ยพึงพอใจในหนังเรื่องนี้พอควรที่เดียว   อิน   เครียด  แต่สนุก  ....ย้ำอีกครั้งว่าหนังแอคชั่นไม่หนัก   มีโผล่มากระปริกระปอยเหมือนคนเป็นนิ่ว (ไม่ขนาดนั้น)   ใครหลายคนที่หวังว่ามันจะบู๊กันสะบั้นหั่นแหลกนั่นไม่ใช่   มาแนวเดียวกับ The Kingdom หรือเปล่าเจี๋ยว่าไม่คล้าย   แต่มีหลายประเด็นให้ขบคิดและรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆทำออกมาได้ดี   ถึงแม้บางช่วงจะรู้สึกงงและทำให้เรารู้สึกว่ามันช้าอืดอาดก็ตาม (โดยเฉพาะนางไอชา)   แต่โดยรวมแล้วถือเป็นหนังดีอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนไม่น่าจะพลาดค่ะ   รัสเซล  โครวน์เจ๋งมากพี่น้อง

เนื้อเรื่อง : 9.5

ฉาก : 8.5

เสียงประกอบ : 8

บทบาท : 10

ประเด็น / ความคิดสร้างสรรค์ : 9

ความชอบส่วนตัว : 9

คะแนนเฉลี่ย : 9

หมายเหตุเกรดเฉลี่ย : 7-(ห่วยแตก) 7+(ค่อนข้างแย่) 7.5+(พอใช้) 8+(ค่อนข้างดี) 8.5+(หนังดี) 9+(หนังดีมาก) 9.5+(ยอดเยี่ยม) 10(สุดยอด)

 

----------------------------

 

ปล. แมกซ์  เพย์น กับซิติ้ออฟเอมเบอร์ก็ไม่ได้ลง  จนหนังเขาเข้าไปแล้ว  หนังที่ดูก็มีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ลง   หนังอีกหลายเรื่องก็ยังไม่ได้ดู   บ่น  บ่น  บ่น

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดูอีติ๋มมายางคับquestion

#1 By ทอม on 2008-10-16 23:06

เอ๋ กวนตานาโม ที่คุมขังผู้ก่อการร้ายที่คิวบามั้งครับ ?

#2 By chubby on 2008-10-16 23:25

^
เดี๋ยวๆ กัวเตมาลา กวนตานาโม กัวลาลัมเปอร์ มันชื่อคล้ายๆกัน
สงสัยผิด ต้องขออภัยค่ะ sad smile
(คาดว่าไม่ใช่จุดเดียวด้วยมั้ง หลงๆลืมๆ 5555)
ข้ามมาบรรทัดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว ...เรื่องนี้สนใจในระดับนึงครับ ต้องดูก่อนว่าจะมีเวลาไปดูรึเปล่า confused smile

#4 By SkyKiD on 2008-10-16 23:39

น่าดูๆๆๆๆ
ขอชั่งใจก่อน ว่าจะอ่านสปอยดีมั้ย

(ถ้าอ่านสปอย ก็ไม่ดูหนัง ถ้าไม่อ่านสปอย อาจจะดู...)

#5 By ซับบาธ... on 2008-10-16 23:40

แหม สปอยไม่น่ากลัวเท่าแสปมหรอกค่ะ
ตื่นกลัวกันขนาดนี้ทีเดียวsad smile
ก็ไม่ได้สปอยรุนแรงนักหรอก แต่ก็ไม่เบา 5555
มาอ่านรีวิวอีกแล้ว เอิ๊กๆ

ช่วงนี้ไม่ได้ดูหนังโรงเลยค่ะ อยู่แต่หน้าคอม

ต้องหาโอกาสไปดูเสียแล้วล่ะ double wink

#7 By JUNEBUG* on 2008-10-17 09:26

อ่าน(แบบข้ามๆเพราะยังไม่ได้ดู)แล้ว
นี่มันหนังโปรอเมริกาหนิ 5555555

ว่าแต่
คุณน้องดู American Gangster ยังเนี่ย
ของตา ริดลีย์ สก๊อตต์ เหมือนกัน
จะถามความเหมือนความต่างนิดหน่อย

#8 By nanoguy on 2008-10-17 10:31

มีคนบอกให้ไปดูเพราะเกี่ยวข้องกับโลกมุสลิม

คัมภีร์ทางศาสนาคนสามารถหยิบบางวรรคใดวรรคหนึ่งมาอ้างเพื่อการฆ่าคนได้ ในทางกลับกันบางวรรคก็นำมาสนับสนุนสันติภาพได้ ขึ้นอยู่กับคนใช้นั่นแหละ

...ผู้ใดฆ่าชีวิตใด นอกจากการประหารชีิิวิตในกระบวนการยุติธรรม หรือก่อให้เกิดความเสียหายบนแผ่นดิน ก็เหมือนกับเขาได้ฆ่ามนุษยชาติทั้งมวล (กุรอาน 5:32)เป็นคำสอนที่ไม่สนับสนุนการฆ่า แต่จะมีคำสอนที่อยู่ในช่วงสงครามที่สนับสนุนอยู่ (ขี้เกียจค้น) ซึ่งผู้ก่อการร้าย หรือพวกนักรบทั้งหลายชอบใช้อ้างความชอบธรรมในการฆ่าเหมือนกัน

#9 By pisces on 2008-10-17 11:07

ไม่น่าเลย ตอนนั้นอะไรบังตาไม่ดูเรื่องนี้ แต่ดันไปดูไอ้หนังฮีรั่วซะได้ sad smile

#10 By Buffo on 2008-10-17 12:31

โคตระยาว

#11 By อังคาร 22 on 2008-10-17 13:38

ไม่ว่างเล้ยยยsad smile

#12 By wesong on 2008-10-17 21:22

#8
คุณพี่แขน
ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ sad smile
จริงๆได้แผ่นมาแล้วครั้งนึง แต่ตอนนั้นเปิดดูไม่ได้ เลยเอาไปคืนเขา แล้วเอาเรื่องใหม่มาแทนsad smile

#9
โอ...ข้อมูลแน่นปึ๊ก
ขอบคุณค่ะconfused smile
ให้เยอะจัง..สิแดงว่าน่าดู..

#14 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-10-18 00:33

อีเจี๋ยจุกจิต View my profile