#113 [Tags]หลังดีมาซวยต่อ....[Tags]

posted on 21 Nov 2008 09:43 by justjear in Shout

               หลังจากที่เอนทรี่ที่แล้วได้ทำความดีอิ่มบุญอบอวลสุขกันไปถ้วนทั่วบล็อก   วันนี้เราจะกลับมาสู่ความมาคุหงุดหงิดงุ่นง่านเสียวซ่านจิตกันต่อ   ด้วยแทคความซวยทั้งปีทั้งชาติ   "ซวยแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ!!"   ซึ่งได้รับมาแบบบังเอิญจากคุณอาร์มซับบาธเช่นเคย   ไม่เป็นไรค่ะ   ด้วยความที่ช่วงนี้ผีขี้เกียจสิงสถิตอยู่ก็เลยเอาแทคมาอู๊พสบายจิตสบายใจกันไป   เดี๋ยวหายหน้าหายตาไปนานเค้าจะคิดกันว่าถูกมนุษย์ต่างดาวหิ้วไปทดลองที่ดาวพลูโตกันซะหมด

ขอวางกติกาจากท่านเจ้ากรมเอ๋อซ่าเ็ล็กน้อย   ก็อบมาเปลือยๆไม่มีเปลี่ยนแปลง

TAG-7 อันดับท็อปเซเว่นเทวนตี้เรื่องซวยติดชาร์จตลอดปีของอิฉัน
กติกา

1.ซวยให้ครบตามโปรโมชั่น แล้วมาระลึกชาติกันถึงวันนั้นของเดือน
2. จัดอันดับความซวยตามเลเวลที่ท่านคิดว่าซวยมากซวยน้อยตามอัตภาพ อันดับหนึ่งถ้าซวยไม่เข้าขั้น ขอให้เจอเรื่องที่ซวยกว่านั้น สาธุ
3.ส่งต่อความซวยไปยังคนอื่นอีกห้าซาก เอ้ย ห้าคน
4.อ่านจบแล้วเมนท์ด้วย
5.ถ้าเหมือนแทคบัดซบให้คิดว่ามันไม่เหมือน
ขอบคุณ จ๊วบ ๆ

เจ็ดพอเนาะ สิบมันก็เยอะเกินไป...คิดไม่ออก 

ขอเปลี่ยนเป็นกติกรูซักเล็กน้อยค่ะ   เนื่องด้วยตลอดปีนี้เจอเรื่องซวยไม่เข้าขั้น   เลยขอจัดอันดับเป็นตลอดเวลาที่ผ่านมาเลยแล้วกันค่ะ

                เอ้า!  ไม่พูดพล่ามทำลิเกอะไรกันยาวยืด   มาเริ่มแถกกันเลยแบบซวยนอนสต็อปค่ะคุณผู้โช้มมมมม

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

อันดับที่ 7 : นักกีฬาผู้เลอโฉม

                สมัยเรียนจะต้องมีกีฬาสีเป็นประจำทุกปีค่ะ   ตอนนั้นอยู่ประถมหกแล้ว   เรียกได้ว่าเป็นรุ่นพี่สูงสุดในระดับชั้นเลย   เพราะคนที่มาดูกีฬาก็ป.1-ป.6นั่นแล   ดูกันเองเชียร์กันเองเล่นกันเองแพ้กันเองแล้วก็ทะเลาะกันเอง...   เรื่องมันเกิดตอนที่ซ้อมเชียร์กันเนี่ย   ไม่รู้ว่าอาจารย์ท่านเล็งเห็นอะไรในรูปร่างของเจี๋ย   บอกว่าเธอมาเล่นกีฬาหน่อย   กีฬานี้ไม่มีคนลงเลย   เดี๋ยวครูจะไปหาคนอื่นมาเล่นด้วย

                เอาล่ะสิคะ   ไม่มีใครลงเลยมาตกแจ็คพอตที่ตูนี่หรือคะ   แหม่   แล้วทักษะด้านกีฬาติดลบอย่างอีเจี๋ยนี่มันจะไปขายหน้ากับเขามั้ยคะ   ตอนแรกยังใจดีๆค่ะ   เอาน่ายังไงกีฬาที่ไม่มีคนลงมันคงไม่ใช่ วิ่งแข่ง วิ่งเปี้ยว กันร้อก   ไอพวกนั้นยังไงก็เต็มตลอด   เป็นไปดังคาดค่ะ   ไม่ใช่กีฬาฮาราคีรีตัวเองอย่างที่คิด   แต่มันเลวร้ายกว่าเดิมเพราะว่ามันนั้นคือ "วิ่งกระสอบ!"

                ชิหอยกันล่ะทีนี้   ชั่วชีวิตเกิดมาจนถึงป.6  ตูไม่เคยได้ยินชื่อวิ่งกระสอบเลยด้วยซ้ำ   มันเล่นยังไง   มันคืออะไร   แข่งๆไปมันจะพาชั้นขาแข้งหักรึเปล่า   โอ๊ยคิดไปเรื่อยประมาณสี่ร้อยกระบวนท่ากับอีกสามเพลงดาบค่ะ   แต่แล้วสุดท้ายก็ลงแข่ง   โดยที่ไม่ได้ซ้อมหอกอะไรเลย   เงากระสอบก็ไม่เห็น   ย้ำค่ะว่าไม่ได้ซ้อม   เพราะมันคือกีฬาที่ไม่มีคนลง   และคนที่ลงก็โดนบังคับ   งานนี้เลยไม่เกี่ยงชายหญิงกระทิงแดง   วิ่งกันแบบไม่ซ้อมนี่ล่ะค่ะ   เพราะโปรแกรมไม่มีคนสนใจ   เขาเลยไม่มีการจัดซ้อม   ช่างอาภัพเป็นลูกเมียน้อยตั้งแต่คนยันกีฬา

                และในที่สุดการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่ถึงชั่วตด   แคะขี้มูกยังไม่ทันเสร็จอีเจี๋ยก็ร่วงเรียบร้อยค่ะ   แค่เริ่มก้าวกระโดดด้วยกระสอบก็ล้มลุกคลุกคลานกลิ้งโคโร่เป็นลูกละมุดเน่าไปตามเวรตามกรรม   หน้าทิ่มคะมำเหมือนสตันท์หนังบู๊ค่ะ   ถึงจะไม่เสียโฉมแต่อับอายขายขี้หน้าไปเรียบร้อย   ตูล้มตั้งแต่ก้าวแรกเลยค่ะคุณผู้โช้ม!!   ...แต่มันไม่สำคัญเท่ากับสนามแข่งขัน   เพราะมันคือธูปะเตมีย์   โอ้มายเป็ดย่างเอ็มเค!!   นี่คนสวยอย่างชั้นต้องมาล้มต่อหน้าคนนับร้อยนับพัน........

                จำไว้นะคะคุณครูขา!!

 

อันดับ 6 : ลอยอังคาร

                เรื่องนี้ยังย้อนรำลึกรำวงมาตรฐานไปสู่วัยเด็กกันเช่นเคยแบบไม่ต้องง้อไทม์แมชชีน   ช่วงนั้นไปเที่ยวบ้านคุณแม่ที่น่านค่ะ   ด้วยความที่เราเป็นเด็กกรุงเทพแดนศิวิไลซ์ก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดาที่จะได้เจอป่าเขาลำเนาไพร   กระวีกระวาดแพคกระเป๋าและตั้งตารอถึงวันสงกรานต์กันทีเดียวเชียวเจ้าค่ะ   กระทั่งในที่สุดก็ได้ไปถึง   และสถานที่ที่ตะลุยไปมาตลอดทุกครั้งที่มาเที่ยวก็คือ 

                 ลำห้วย

                 นึกสภาพห้วยเล็กๆกว้างประมาณเป็ดสามตัวนั่งอึ   และลึกแค่มิดตาปลา   ขนหน้าแข้งไม่มีวันเปียกออกมั้ยคะ....   คือถ้าไม่เห็นว่ามันเป็นลำธารยาวคงจะนึกว่าฝนตกและน้ำขังไว้เป็นแน่   แต่แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับเด็กกรุงเมพขิงๆค่ะ   ชวนลูกเด็กเล็กแดงของญาติแม่ลงไปตีโป่งกันในลำห้วยเป็ดนั่งอึกันอย่างเมามันส์   และก็ลงไปเล่นน้ำแช่อากาศเย็นกันอย่างสนุกสนาน

                 ด้วยความแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่าเราก็หวังดีอยากจะขุดลอกลำธารให้ลึกขึ้น   ก็เลยบรรจงใช้แรงงานเด็กๆที่ไปด้วยกันขุดลอกห้วยซะ   ขุดลึกจนเกือบถึงหัวเข่าค่ะ   ทีนี้ก็นอนทดน้ำเป็นกุมภกรรพ์ลอยอืดอยู่เหนือห้วยเย็นๆตลอดวัน   อาบแดดอาบลมผ่อนคลายยิ่งนัก   แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันสั่นประสาทก็เกิดขึ้นค่ะ!!   รองเท้าของอิชั้นหลุดลอยไปกับสายน้ำ

                 ตายห่าน!  

                 มีมาคู่เดียวด้วย   รีบลุกขึ้นมาเหมือนสมีกอลท่องในใจว่าของรักของข้า....   รองเท้าของตีนตูจงกลับมาสถิตที่เดิมเถิด   แต่ด้วยความที่น้ำมันลึกขึ้นและไหลเร็วมาก   เพราะไปขุดมันไว้   มันก็ไหลยาวๆไปเรื่อยจนสุดท้ายก็ไกลเกินเอื้อม   คนค่ะไม่ใช่ปลาเลยไม่สามารถตามได้ทัน   งานนี้ขุดเอง   เล่นเอง   เจ๊งเอง...   ผลสุดท้ายก็.....เดินตีนเปล่ากลับไปหาแม่   ได้บรรยากาศต่างจังหวัดดีแท้น่อ!!

                 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...   รองเท้าคือสิ่งที่รักเดียวใจเดียวมากที่สุดในโลก   หาขาดข้างใดข้างนึงไป   มันก็ไร้ค่า...

 

อันดับ 5 : บันได   บรรดัย   บันดัย   บรรได

                เสด็จแม่จะทรงบรรดาลโทสะตลอดเวลาที่เจี๋ยออกจากห้องน้ำค่ะ   เพราะว่าซกมกโสโครก   เดินออกมาไม่เคยเช็ดเท้าเลยสักครั้ง   ลากตีนเปียกๆไปทั่วบ้านสร้างรอยจารึกไว้ว่าตรงนี้ตูผ่านมาแล้วนะเหมือนนักสำรวจแผนเปลือกโลกค่ะ   ด้วยเหตุนั้นเลยทำให้ตีนเปียกตลอดเวลาหลังออกจากห้องน้ำ   อนึ่ง   ตอนนั้นก็ยังเด็กอยู่ด้วยนะ.....สมัยนี้ไม่แล้วนะทุกท่าน!!   น่าเกลียดตายเลย (อ้าว อายเป็นด้วยเรอะเอ็ง)

                ด้วยความที่ตอนนั้นห้องน้ำข้างล่างมีคนเข้าอยู่   เหมือนชะตาลิขิตสวรรค์ชังนรกสั่งตาย   ให้เจี๋ยต้องหอบร่างขึ้นมาชั้นบนเพื่อเข้าห้องน้ำ   ตอนนั้นรู้สึกว่าโอยปวดไม่ไหวแล้ว   ไม่แน่ใจว่าพี่สาวที่ห้องน้ำด้านล่างจะอาบนานเซ่นเจ้าที่หรืออย่างไร   แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องการสูงสุดในชีวิตไม่ใช้เงินทอง   ไม่ใช่ผู้ชาย   แต่เป็นห้องน้ำเท่านั้น!!

                โอเคทางเราขอ"เซ็นเซ่อ"ฉากเข้าห้องน้ำไป   ตัดฉับมาหลังจากที่ออกมาแล้ว   มันก็ไม่เช็ดตีนเหมือนเคยค่ะ   หลังจากเสร็จกิจก็ล้างๆ   แล้วเอาน้ำราดๆขาถูๆให้สะอาดแล้วก็เดินออกมาเลยเหมือนปกติ   แต่มันไม่ปกติเหมือนทุกครั้งน่ะสิคะ   เพราะอะไร?   นั่นเพราะว่ามันต้องลงบันได   ช่วงเวลาแห่ง "ความซวย" (ห้ามผวนนะ)   ก็มาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัว

                ตกบันได!!   ตูดกระแทกเป็นขั้นลงมาปั่ก ๆ ๆ ๆ ๆ เหมือนจังหวะตะโพน   และมาหยุดอยู่กลางทางเพราะจับราวได้พอดี    แต่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวค่ะ   มันร่วงลงไปกองเป็นซากอยู่ข้างล่างหมดแล้ว   ทางบ้านแตกตื่นกันใหญ่นึกว่าใครโยนซากอะไรลงมา   หรืออุกกาบาตชนดาวเคราะห์น้อย   ....งานนี้มานึกดูแล้วบอกได้คำเดียวค่ะว่า

                สมน้ำหน้า....เนอะ

 

อันดับ 4 : ห้ำน้อง.... (ห้องน้ำ)

                เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นยามวิกาลตีสามตีสี่   ที่ชาวสยามเมืองยิ้มหลับเป็นตายน้ำลายยืดกันอยู่   หรือไม่ก็กำลังจะตื่นไปทำงานกัน   แต่อีเจี๋ยเพิ่งได้นอนไปราวๆสามชั่วโมงค่ะ   โดยปกติแล้วจะชอบปวดฉี่ตอนนอนทุกรอบ   เลยทำให้ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำทุกๆสามถึงสี่ชั่วโมง   แต่ว่ามันขี้เกียจน่ะสิคะมันขี้เกียจ   จะให้ทำัยังไงเล่า!   ก็เลยอั้นไว้ปล่อยทีเดียวตอนเช้า (ไม่ดีนะไม่ดี 555)

                แต่ว่าคืนนั้นโคตรปวดฉี่เลยค่ะท่าน   แต่ด้วยความขี้เกียจเชี้ยๆมันก็เอาชนะทุกสิ่งในมัจฉิมโลกได้เสมอ   เจี๋ยเลยลุกขึ้นมาจากเตียงและเดินงัวเงียไปที่ห้องน้ำ   ด้วยวิชากำลังภายในขั้นเทพ   ไหมฟ้าขั้นที่สิบแบบบรรลุขั้นสุดยอดของสุดยอดไปฮ่ะเรียบฮ่ะร้อย

                หลับตาเดิน!!

                ดูความขี้เกียจของมัน....เห็นแล้วอเน็จอนาถใจ   ...คือความที่เราชินทางในบ้านอยู่แล้วก็เลยนั่งเทียนเดินได้สบาย   ทีนี้เรื่องที่ไม่น่าเกิดมันก็เกิดค่ะ   เพราะความพักผ่อนไม่พอ   อาการนอนดึก   ความขี้เกียจและความงัวเงียที่สะสมมา   และมันยังหลับตาเดินอีก   ทีนี้ก็บรรลุน่ะสิคะคุณผู้โช้ม   มันหลับค่ะ!!   มันหลับ!!

                แล้วก็ล้มไปกองลงหน้าห้องน้ำแบบกระแทกปั่ก.....   นึกสภาพคนเป็นลมออกไหมคะ   แบบว่าล้มตัวพิงกำแพงและค่อยๆไหลย้อยลงมากองเป็นซากสิ่งมีชีวิต   นั่นล่ะ.....

                มารู้ตัวอีกทีคือพ่อมากอดไว้   และแม่ก็ร้องไห้ใหญ่   "เจี๋ยเป็นอะไรน่ะ   เจี๋ยเป็นอะไร"

                ...เหตุการณ์นี้อาจจะไม่ซวยมากมายและเกิดขึ้นเพราะความไม่ระมัดระวังตัวเอง   แต่นึกถึงทีไรมันก็ขำตัวเองนะคะ   และทำให้เห็นว่าพ่อแม่รักเราจริงๆ....นึกแล้วสบายใจจนลืมเรื่องซวยๆไปเลยค่ะ   คิดว่าวันหลังจะไม่หลับตาเดินอีกแล้ว...   พรอมมิส

 

อันดับ 3 : ปีเตอร์...แพน

                ความน่ากลัวที่สุดหนึ่งในชีวิตนี้คือแมลงสาบค่ะ   แต่ที่เป็นสุดยอดของหายนะเลยคือแมลงสาบที่ "บินได้"   ...เพราะมันเหมือนระเบิดตึกเวิร์ลเทรดแบบดับเครื่องชน   ไม่แสวงทั้งเครื่องไม่แสวงทั้งเป้าหมาย   บินมามั่วๆเดาทางไม่ถูกเหมือนระเบิดฮิโรจิม่า   เสียงตอนมันบินผ่านหูไปนี่อย่างกับเฮลิคอปเตอร์ติดเกราะ!   ใครเคยเจอสงครามปีเตอร์แพนจะรู้ค่ะว่า   ดูหนังสงครามเรื่องไหนในโลกก็ไม่มันส์เท่าชีวิตจริง   และคุณจะเจนโลกกว่าเดิมเพราะผ่านสงครามอาบเลือด(และอาบกลิ่น)มาแล้ว

                เรื่องของเรื่องคือเจี๋ยเป็นคนที่กลัวแมลงสาบมาก   เข้าขั้นปีเตอร์โฟเบี่ย   เพราะรูปลักษณ์มันก็ไม่น่าเข้าใกล้อยู่แล้ว   กลิ่นก็เต็มกลืน   แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ค่ะว่ามันบินได้ด้วย   นึกว่ามีปีกไว้เท่ๆเหมือนผ้าคลุมซูเปอร์ฮีโร่(เออคิดได้เนอะ)   แต่เพิ่งมารู้เอาวันนั้นนี่ล่ะว่ามันเป็นแมลงสาบฟูลออฟชั่น!! ล่ำ! ดำ! ถึก! แรง! และมันบินได้!  Oh ไอบีลีฟไอแคนฟลาย...  

                ที่สำคัญ "มันไม่ได้มาเพียงตัวเดียว"

                ช่วงนั้นฝนตกฟ้ารั่วได้สามสี่วันค่ะ   รู้สึกจะปีที่แล้วไม่ก็ 49 นี่เอง   ด้วยความที่ชื้นและอับสูง   น้ำไหลหลากท่อเต็ม   เลยทำให้ฝูงกองทัพในเงามืดจำต้องย้ายฐานที่มั่นใหม่ไปสู่ที่สูงขึ้น   และการนั้นจึงส่งสายลับออกมาสืบความคืบหน้าและหาโลเคชั่นใหม่   ...ใช่ค่ะผู้อ่านทุกท่าน   แมลงสาบมาเป็นฝูงค่ะ!!

                ตอนนั้นจำได้ว่านั่งลุ้นกันตัวโก่ง   เพราะเดี๋ยวก็ไต่กำแพง   เดี๋ยวก็บินมาทิ้งบอมพ์   เดี๋ยวก็อยู่บนเพดาน   เผลอๆจะตกใส่หัวไม่รู้ตัว   เราก็ทั้งฟาดทั้งตี   (แต่ฉีดไม่ได้   แพ้ยาฉีดยุง) สู้รบปรบมือกันยิ่งกว่าสงครามนาซี   แลกหมัดต่อหมัด   ปีกต่อปีกค่ะ   ....ชีวิตอย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย   เจี๋ยขอ....

 

อันดับ 2 : น่องนี้พี่ขอ

                ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะตอบแทคให้มันยาวเป็นเทือกเขาบรรทัดหรืออย่างไร   แต่มันก็ดำเนินเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้วค่ะคุณผู้โชม   อดทนอีกนิดหน่อยอย่าเพิ่งรีบไปไหน   เผื่อจะสำเร็จวิชาเดินหลับตาจากสำนัก Emydynn ไปใช้กันเล่นๆ (ฮ่า)

                 ย้อนกลับสู่วัยเด็กอีกครั้งด้วยเรื่องความซวยอันดับสอง   ที่เป็นความทรงจำยอดรักสลักใจกันจนถึงแก้มก้น   ด้วยเหตุการณ์น่องไก่ทอดทำพิษที่ไม่ิคิดว่าจะเจอ...

                 เรื่องของเรื่องของเรื่องและของเรื่องอีกที(จะยาวไปไหน)   คือที่โรงเรียนเก่าจะมีน่องไก่ทอดขายค่ะ   อร่อยโคตรๆ   แป้งหนาประมาณปูนตราเสือ   แถมแข็งยิ่งกว่าเสาเข็มตอกสะพาน   แต่อร่อยค่ะ   สำหรับตอนนั้นน่ะนะ....   ทีนี้พอเรามีน่องไก่รสชาติเทพกินก็เลยถือเดินร่อนไปทั่วหมู่บ้าน   เดินกินไก่ไปเดินเล่นไปแบบหมู่บ้านนี้พี่จอง   ตอนนั้นไม่เคยคิดเลยจริงๆว่าจะมีคนแย่ง   ซึ่งมันก็ไม่มีจริงๆค่ะ...อ้าวทำไม??   เพราะคนที่แย่งน่ะไม่ใช่คน

                แต่เป็นหมา!

                เป็ดย่างที่สุด!!   หมาตัวสีเทาๆหลังอานนี่แล   มันขู่แฮ่เหมือนเพิ่งอกหักมาจากหมารักและกำลังจะฆ่าใครสักคน   ซึ่งบังเอิ๊ญบังเอิญที่เจี๋ยได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้!!   มันโผเข้ามางับแบบไม่มีหมู่จ่าผู้หมวดนายร้อยเลย   ด้วยความที่เด็กมากเลยจำไม่ค่อยได้   แต่ที่รู้คือเจ็บขามาก   แม่ต้องพาไปฉีดยาที่โรงพยาบาล   ซึ่งเจ็บกว่า!!   ...จำไว้นะคะทุกคน   ถ้าหากพยาบาลบอกว่าเจ็บเหมือนมดกัดนี่ให้จินตนาการถึงมดดาวพฤหัส   ที่ตัวใหญ่เท่ารถถังนะคะ....

                 เหตุการณ์นี้ไม่เจ็บใจเท่าจุดที่มันฝังใจค่ะ   ทุกวันนี้เลยทำให้กลัวหมาไปเลย   เวลามันเห่าเราจะสะดุ้งเฮือกและวางตัวไม่ถูก   ไม่รู้จะทำท่าเป็นมิตรดีหรือกลัวดี   ถึงแม้มันจะเลียตูดเราไม่ถึงแล้วก็ตาม   ...ก็เค้ากลัวนี่...

 

อันดับ 1!!

                 หลายคนบอกว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ   นั่นไม่จริงค่ะ!!   เพราะคนเราเอาเลือดออกจากตัวคนด้วยกันแบบไม่สนใจใยดีเลย   ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุดในโลกนี้คงจะหนีไม่พ้น   มนุษย์หน้ากากที่ใช้จรรยาบรรณแพทย์เป็นข้ออ้าง   นั่นคือ "หมอฟัน!"

                 โอ๊ยประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตที่เจอหมอฟันมันน่ากลัวยิ่งกว่าเรื่องที่เล่ามารวมกันอีกนะคะ   เพราะอีเจ๊แกช่างซาดิสม์หน้าตาย   ถอนฟันแบบไม่ให้เราเรียกร้องสิทธิได้เลย   มาถึงจิ้มฉีดยาชาแล้วก็ถอนฉับแบบไม่บอกกล่าว   จับให้มั่นคั้นให้ตาย   ถ้ากูตายขึ้นมาคาเขียงนี่คงจะสบายใจใชมั้ยคะเจ๊...?   แต่ด้วยความหนังเหนียวเปรี๊ยวปรี๊ด   มันยังรอดอยู่ได้จนทุกวันนี้ึค่ะ

                แต่เรื่องมันไม่ได้จบที่หมอฟัน   แหม   ถ้างั้นจะเข้าวินมาเป็นอันดับหนึ่งในการจัดอันดับนี้ได้เยี่ยงไรเล่า   โปรดสดับรับฟังเถิดท่านผู้เจริญแล้ว   เพราะนี่มันแค่เริ่มต้น...

                ด้วยความที่อีเจ๊ฆาตกรหมอฟันโรคจิตคนนั้นถอดแบบไม่รอยาชาออกฤิทธิ์   เลยทำให้รู้สึกเจ็บปวดชอกช้ำแบบเรียลลิตี้ค่ะ   ...ไม่ใช้สแตนอินไม่ต้องพึ่งตัวแสดงแทน   ถอนฟันกันสดๆไม่มีมกเม็ดไม่มีคอรับชั่น   ผลก็คือ   "ยาชามันมาออกฤิทธิ์ข้างนอก"  

                คือหลังจากที่ออกจากโรงหมอมาแล้ว   เราก็หงุดหงิดงุ่นง่าน   กระฟัดกระเฟียดเดินขึ้นรถร้องจะกลับบ้านทันทีด้วยหน้ามุ่ยทุ่ย

                และไอ้รถที่เอามาเนี่ย   แมงกะไซค์   ก็ซ้อนท้ายเป็นสก๊อยซ์พี่สาวไปได้สักพัก   เริ่มรู้สึกมึนๆ   เกิดอาการวิงๆเธอจะรักกันจริงหรือป่าว   หว่าว   หว่าว   --แล้วมันก็เป็นลมค่ะ   ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นลมในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้   สุดท้ายอีเจี๋ยก็ตกมอเตอร์ไซค์

                ร่วงลงมากลางถนน

                รถมอเตอร์ไซค์ขับด้วยความเร็วประมาณหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง   มันก็ไม่เร็วอะไรมากมายนักสำหรับรถด้วยกัน   แต่สำหรับคนแล้วมันสาหัสค่ะ   เจี๋ยตกลงมาแล้วร่างก็ไถลกลิ้งไปตามพื้นถนนเหมือนหนังสยองขวัญ   กลิ้งตุบๆเหมือนซากอ้อยอะไรสักอย่างที่ร่วงลงจากท้ายรถบรรทุก   เอิ่ม...นึกสภาพในหนังก็แล้วกันค่ะ   แบบที่มีรถตู้ของฆาตกรโรคจิตมาจอดแล้วทิ้งศพลงจากรถ   อีเจี๋ยก็มีสภาพเดียวกันค่ะ   คือมันไม่ได้สติแล้วก็ร่วงตุบลงมา

                --ไม่เจ็บเลยสักนิด--   ด้วยฤิทธิ์ยาชาและอาการเป็นลม   แต่เรารู้ตัวเองว่ากระแทกและกลิ้งไปมา   จะขยับแขนขาก็ไม่ได้นะ   เพราะไม่รู้สึกอะไรเลย   แต่นับว่าโชคดีมากค่ะที่ตอนนั้นกลางถนนรถน้อย   ถ้ามีรถวิ่งมาตอนนั้นอาจจะโดนทับไส้แตก   ไม่มีชีวิตมาเล่าประสบการณ์ในเอนทรี่นี้แล้วค่ะ

                มารู้ตัวอีกทีก็ตอนอยู่บนฟุตบาธ   ชาวบ้านหลายคนวิ่งมาช่วยอุ้มเราขึ้นมาจากถนน   ช่วยกันพัดช่วยกันให้ยาดม   ตอนนั้นสลึมสลือค่ะ   แต่เริ่มรู้สึกเจ็บแล้ว   เจ็บชิหอยเลยค่ะ   แต่เหตุการณ์นี้เป็นอีกเรื่องที่ทำให้รู้ว่าชาวไทยเรามีน้ำใจมาก

 

                จริงๆแล้วเจี๋ยว่าเรื่องความซวยที่เราเจอในชีวิตนี่   ถ้ามองอีกมุมนึงให้เห็นจุดแตกต่างเราจะเห็นนะว่าเบื้องหลังยังมีความมีน้ำใจ   การช่วยเหลือและการรู้คุณค่าของความรัก   ถ้าไม่เจอเรื่องร้ายๆเราจะไม่มีวันรู้ได้ค่ะว่าเรื่องดีจริงๆมันเป็นยังไง   เวลาเจอเรื่องซวยอย่างโทษดินฟ้าอากาศหรือแก๊ซโซฮอลล์กันเลยดีกว่านะคะ   มองให้เป็นเรื่องดีเข้าไว้   มาเล่าต่อยังขำเองเลย   ไม่รู้เหมือนกันว่าบ้าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ (5555)

 

ไม่ส่งแท็คต่อนะคะ   ใครอยากทำทำเลยค่ะ  ขอความซวยจงสถิตอยู่กับท่าน   อาเมน...

Comment

Comment:

Tweet

อันสุดท้ายซวยได้ถ้วยนะเนี่ย
แหม่ ซวยจริง ๆ

#13 By Gathering Urza on 2008-12-05 01:12

ยาวจริงๆด้วย แฮะ...

อุเหม่ อ่านสนุกไม่แพ้กัน แอดๆ open-mounthed smile

#12 By Johny - Co on 2008-11-28 08:19

#4
โหลดแล้ว (เลวด้วย )
#8
ได้เร้ยยย
ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#10 By อังคาร 22 on 2008-11-22 13:15

หวัดดีคับ รักษาสุขภาพด้วยนะคับอิๆquestion

#9 By ทอม on 2008-11-22 11:19

คุณพระ
ปล. อย่าลืมไปสอยบั้มน้องเดฟที่ B2S ด้วยsad smile

#8 By Disney Boy on 2008-11-22 03:12

ขอทำแถกนี้แทนได้มะ น่าสนุกกว่ากันเยอะเลย

#7 By pisces on 2008-11-22 00:53

หกล้ม รองเท้าหาย ตู๊ดไถกะได ล้มหน้าห้องน้ำ แมงสาบ หมากัด
กะ หมอฟัน ...โอเรื่องซวย ครึ่งนึงก็ เป็น ความซุ่มซ่ามของเราอ่ะ
เนาะ รึ ยังเด็กไม่รุ ชั่ว 7 ที ดี 7 หน นะจ๊ะ สิ่งแย่ มากๆ ผ่านพ้นไป
ยิ่งแย่โคดๆๆๆก็จะตามมา เอ้ยย ไม่ใช่ หมายถึงสิ่งดีๆ น่ะ สู้เขา
ทาเคชิ (ตกลงไม่เชียร์เจี๋ย คุ คุ คุ คุ)

#6 By p.cobra on 2008-11-21 23:50

เรื่องสุดท้ายนี่ อยู่เมืองนอกอีหมอฟันหนังเหนียวนั่นโดนฟ้องเป็นล้านแน่ลูกเอ๋ย - -*

#5 By nanoguy on 2008-11-21 22:52

อ่านเเ้ล้วกลัวอะ ชอบ David A เหมือนกันเลยตะเอง โหลดอัลบั้มยัง 555+ (เลว)

#4 By shikak on 2008-11-21 22:20

อยากยอกว่าๆๆๆ
ยาวมากๆๆๆๆๆๆ
ส่วนใหญ่เป็นความซวยที่ดูบ้าๆบอๆ ไร้สาระนะเนี่ย...
เฮ่อ...หนักใจแทนพี่น้องชาวไทย...sad smile

แต่อันสุดท้ายเนี่ย ดีนะ ที่ไม่ม่อง....


ขอความซวยจงสถิตอยู่กับเจี๋ย(คนเดียวไปเลย)
หึๆๆๆๆๆ

#2 By ซับบาธ... on 2008-11-21 14:02

ยาชามันวิ่งขึ้นสมองหรอนั้น =="

#1 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-11-21 13:59

อีเจี๋ยจุกจิต View my profile